วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

[ฟิคเสื่อม] กระเทย The Series EP.5 - แต่งงานกันนะคะ -

 





 “เห้ย
!!! พวกมึ๊งงงง~!!! อ่านข่าวอิเควินล่าสุดหรือยัง!! กรี๊ดดดดดด~~!!!” เสียงเจ๊คีย์ร้องเสียงดังลั่นห้องแต่งตัวที่มีสาวๆประเภทสองและเหล่าเก้งนั่งแต่งหน้ากันอยู่จำนวนมาก แบคฮยอนที่กดไอแพดดูกล้ามผู้ชายอยู่กับเจ๊ฮโยซอบรีบเงยหน้าขึ้นมาจากจอทันทีก่อนจะกระโดดข้ามโฟซาไปหาเก้งคีย์เมื่อได้ยินชื่อนายแบบสุดหล่อขวัญใจละมั่งอย่างเควินวู


“อะไรวะเจ๊” แบคฮยอนกระชากหนังสือในมือเก้งคีย์มาอ่านอย่างไม่คิดจะขอเมื่อพี่สาวคนสวยเอาแต่กรี๊ดครวญครางไม่ตอบว่าอีนายแบบเควินวูผัวกระเทยอี้มันเป็นอะไรสักที เขาไล่สายตาอ่านผ่านๆที่คอลัมน์ดาราตะวันกก่อนจะเปิดไปดูหน้าแรกที่มักจะมีหัวข้อสำคัญใหญ่ๆขึ้นไว้อยู่







สาวปริศนาพาเปิดตัวกลางสนามบิน เควินประกาศลงทวิตเตอร์ สิ้นปีแต่ง!’




แบคฮยอนอ่านหัวข้อแล้วก็อึ้งไปชั่ววินาทีหนึ่งก่อนจะไล่สายตาไปดูรูปที่ดูแล้วน่าจะถ่ายโดยปาปารัซซี่ที่ใส่ไว้ในกรอบสี่เหลี่ยม พลันสายตาตวัดมองไปเห็นรูปอีกระเทยเพื่อนสนิทก็เล่นเอาเก้งถึงกับอ้าปากค้างโดยอัตโนมัติจากตอนแรกที่คิดว่าอี้ชิงจะโดนเขี่ยเพราะนายแบบจะแต่งงานกลายเป็นเพื่อนกระเทยเป็นเจ้าสาวเสียเอง




“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!! อีเจ๊!! มึงมาดู!!!” แบคฮยอนร้องลั่นจนเด็กๆที่นั่งแต่งหน้าอยู่ตกใจแล้ววิ่งจากหน้ากระจกมามุงดูด้วย ฮโยซอบลุกจากโซฟาข้างๆเปลี่ยนมานั่งติดน้องเก้งแทนแล้วไล่สายตาอ่านหัวข้อที่เด่นหราอยู่บนสุดเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ของเดือนนี้


“ห้ะอีอี้กับไอ้เควินหรอวะ....มึงเปิดหน้า25เร็ว!!!!” ฮโยซอบเหมือนจะรันเครื่องรับข้อมูลไม่ทันเช่นกัน เพียงแค่อ่านหัวข้อจบกับเห็นรูปถ่ายแซมเปิ้ลเขาก็ตะโกนลั่นออกคำสั่งให้คนที่ถือหนังสืออยู่เปลี่ยนไปหน้าฉบับเต็มทัน


“เห้ย~ ได้ไงวะ วันก่อนโทรไปแกล้งมันแม่งยังบอกอยู่เลยว่าคงไม่ได้แต่ง มันไม่อยากเรียกร้องอะไรแล้วไหงอีฝรั่งออกตัวล้อฟรีงี้” แบคฮยอนสบถพึมพัมพร้อมกับกรีดหน้าหนังสือผ่านๆจนเจอหน้าที่25แล้วรีบกางออกทันที
เขายังจำได้เลยว่าเมื่อ2วันที่แล้วตอนโทรไปหาเพื่อนกระเทยก็แอบแซวเรื่องแต่งงานไปประมาณว่าจะได้แต่งหรือเปล่า แล้วอี้ชิงก็พูดเองว่าอีฝรั่งมันคงไม่แต่งหรอก เหตุผลก็รู้ๆกันอยู่ว่ากระเทยคงคิดมากเรื่องสถานะที่ไม่เข้ากันแต่ทำไมหนังสือเมื่อสามวันที่แล้วถึงมีข่าวจากเควินวูว่าจะแต่งงาน สรุปคืออีกระเทยนี่ไม่รับข่าวสารอะไรเลยหรือไง?




“หลังจากที่เป็นกระแสฮือฮาไปเมื่อตอนต้นปีที่นายแบบชื่อดังเควินวูพาสาวปริศนาเดินฝ่าวงล้อมแฟนคลับกลางสนามบินจนเป็นที่สงสัยแก่กองทัพฝานชินๆจำนวนมาก ล่าสุดเควินก็ได้ให้ความกระจ่างแก่แฟนคลับโดยให้สัมภาษกับแฟชั่นไทม์ว่าสาวปริศนาคนนั้นเป็นเกิร์ลเฟรนด์คนใหม่ไฟแรงที่รีบเปิดตัว ซึ่งงานนี้ทีมงานนิตยาสารฮ็อตก็อดเหน็บไม่ได้ว่าจะคบกันนานแค่ไหนแต่พอได้ยินคำตอบจากนายแบบสุดหล่อก็เล่นเอาเงิบรับประทานไปตามๆกันเมื่อเควินให้คำตอบว่า ไม่เกินสิ้นปีแต่งชัวร์จ้า!!!!!

ฮโยซอบอ่านออกเสียงดังลั่นให้น้องๆคนอื่นๆได้ยินจนทุกคนหน้าเหวอตามไปกันหมด ก็แน่หละในเมื่ออีตาเควินเป็นขวัญใขจทั้งชะนี กระเทย เก้งขนาดนี้ อยู่ๆมาบอกว่าจะแต่งงานสายฟ้าแล่บแบบนี้ใครๆก็ช๊อคทั้งนั้น แถมเจ้าสาวยังเป็นคนที่พวกเขาสนิทสนมดีเสียด้วย


แบคฮยอนอ้าปากค้างก่อนจะรีบสายตาอ่านบทสัมภาษที่ไม่ยาวมากทันที






Q: ล่าสุดผู้หญิงที่พากลับจากสนามบิน ตอนนี้พร้อมจะเปิดตัวหรือยัง
A: เปิดแล้ว แต่นักข่าวไม่รุ้เอง (หัวเราะ)
Q: แสดงว่าไม่ได้ซ่อน?
A: พาไปกินข้าวไปเที่ยวนอกบ้านบ่อยๆ แต่ไม่เห็นมีข่าวหลุดออกมาเลย สงสัยช่วงนี้กระแสคงตก
Q: คบกันนานหรือยัง
A: สำหรับผมเวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญ
Q: คิดว่าจะนานแค่ไหนกว่าจะคบผู้หญิงคนใหม่ (แอบเหน็บ)
A: ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงต้องเป็นหลังสิ้นปีเพราะปีนี้ผมยุ่งกับงานแต่ง
Q: หมายความว่า เควิน วูกำลังจะแต่งงานหรอ? ช่วยพูดใหม่ทีถ้าผมไม่ได้ฟังผิด
A: ไม่ผิดหรอก ผมจะแต่งงานไม่เกินสิ้นปีนี้แต่ว่าถ้าหลังจากสิ้นปีไปแล้วยังมีผู้หญิงคิดจะจีบก็คงต้องหลังผมจดทะเบียนหย่า



ต๊ายยยยยยยยยยย!!! งานนี้ชะนี กระเทย เก้ง ตายกันเป็นแถบค่า  พออ่านแล้วก็รู้สึกอยากเห็นหน้าแม่สาวน้อยนางนั้นว่ามีดีอะไรมาแย่งเควินสุดหล่อไปจากอกทีมข่าวทีวีเพลียแถมยังสยบเสือร้ายให้กลายเป็นแมวเชื่อง งานนี้สงสัยต้องสืบกันต่อไป ทีมงานเราก็ขออวยพรให้รักมันยืดยาวไม่เหมือนตอนที่คบกับแม่สาวไฮโซเดมีร์ เมา นะค้า ไปตามอ่านบทสัมภาษฉบับเต็มได้ที่แฟชั่นไทม์ฉบับล่าสุดเลยค่า!





“เห้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!” ทันทีที่แบคฮยอนอ่านออกเสียงจนจบ เหล่าเก้งกวางก็กรีดร้องกันแตกฮือไปคนละทิศละทาง ดูท่าแล้วคราวนี้เควินวูจะจริงจังกับอีกระเทยอี้เหลือเกินถึงขั้นจะแต่งงานจดทะเบียนสมรสอยู่กินเป็นหลักเป็นแหล่ง แล้วนี้อีกระเทยรู้หรือยังก็ไม่รู้หรือมัวแต่ไปโชว์นมปล่อยไก่ในโซเชี่ยล


“มึง!! มาอ่านในนี้ต่อเร็ว!!!” เจ๊คีย์ร้องดังลั่นกางหนังสือแฟชั่นไทม์ในมือออกก่อนจะไล่สายตาอ่านออกเสียงให้ทุกคนฟังเสียงดังด้วยท่าทางตื่นเต้นอย่างกับได้เป็นเจ้าสาวซะเอง



Q: เธอเป็นคนเชื้อชาติไหน
A: จีน-เกาหลี ผมเจอเธอที่เกาหลีตอนไปเที่ยว ตอนนั้นผมจำได้ว่าเธอดึงดูดที่สุดในบริเวณนั้น
Q: คิดว่าอะไรทำให้นายหลงรักเธอ
A: (หัวเราะ) ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เธอเป็นคนที่น่ารักที่สุดเท่าที่เคยเจอเวลาที่อยู่ด้วยกันผมรู้สึกไม่อยากลุกไปทำงาน อยากจะอยู่กับบเธอทั้งวันเลย
Q: ยอมรับว่าหลงเธอมาก?
A: ครับ ไม่ปฏิเสธ




“อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!” พออ่านมาถึงตอนนี้เหล่ากระเทยก็กรีดร้องกันเป็นแถบด้วยความอิจฉาริษยาปนเขินอาย ไม่น่าเชื่อว่ากระเทยเอ๋อจอมแรดอย่าง จาง อี้ชิงจะสยบคาสโนว่าหล่อร้ายได้แทบเท้าขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้อีกระเทยมันจะฟินขนาดไหนถ้าผัวยอมรับว่าหลงแถมยังประกาศแต่งงานผ่านหนังสือที่มีคนอ่านทั่วโลกขนาดนี้ ชีวิตมึงถึงฝันแล้วค่ะอีอี้...


“อีเหี้ย!!! ทำไมผัวกูไม่เป็นแบบนี้บ้าง!!!” คีย์บอมกรีดร้องโอดครวญเมื่อนึกถึงอีหมีดำมินโฮที่บ้าน ถึงจะจดทะเบียนสมรสกันแล้วก็เถอะแต่กว่าจะได้จดก็ตบตีกันไปหลายรอบไม่เห็นจะโรแมนติกแบบเควินวูสุดหล่อคนนี้เลย!


“เจ๊อ่านต่อเร็ว!!” แบคฮยอนเร่งเร้าเพราะเขาอยากจะรู้เต็มทีว่าอีฝรั่งนี่มันจะคิดยังไงเกี่ยวกับกระเทยอี้เพื่อนรักบ้า


“เออๆ รู้แล้ว”



Q: ช่วงนี้ที่อยู่ติดบ้านเพราะเธอหรือเปล่า สายเรารายงานว่านายไม่ได้เที่ยวเลย
A: แน่นอน ผมมีสิ่งที่ดีกว่าอยู่ที่บ้าน ผมไม่ได้ตั้งใจจะเลิกเที่ยวเพื่อเธอแต่นิสัยมันเปลี่ยนไปเองตามธรรมชาติ ผมไม่รู้สึกอยากเที่ยวแล้วก็ไม่อยากให้เธอเที่ยวด้วย
Q: มั่นใจแค่ไหนที่จะแต่งงานกับคนนี้
A: ตอนแรกผมก็คิดเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากแต่งงานกับเธอ แต่พอคิดว่าวันนึงเธออาจจะไปแต่งงานกับคนอื่นผมก็รอไม่ได้
Q: วางแผนอนาคตหรือยัง
A: การวางแผนทำให้ผมคิดมากจนเกือบจะพลาดหลายอย่าง เพราะแบบนั้นผมเลือกจะทำสิ่งที่สบายใจที่สุดในปัจจุบัน
Q: เป็นลูกผู้ชายมากเลย หวังว่านายจะเชิญเราไปงานแต่ง
A: ครับแน่นอน ผมทำงานกับแฟชั่นไทม์มานาน ผมจะไม่ลืมที่จะชวนคุณแน่



“ฮอลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล!!!!!!!! กูอยากมีผัวฝรั่ง!!!!!” คีย์บอมสกรีมลั่นเมื่ออ่านบทสัมภาษณ์ช่วงแรกจบไป คีย์รู้สึกเหมืนในตาร้อนผ่าวไปด้วยความอิจฉากระเทยรุ่นน้องที่ได้ผัวดีปานเทพบุตรขนาดนี้ ไม่ต้องนึกเลยว่าอนาคตจะเป็นยังเพราะดูอิฝรั่งจะออกตัวแรงเหลือเกินว่ารักว่าหวงเมียมาก


“เออ ก็ไม่น่าแปลกใจ อีอี้มันก็น่ารักอะถ้าไม่ติดว่าแรดกับเอ๋อไปหน่อยแต่กูดูท่าแล้วอีฝรั่งนี่ไปไหนไม่รอด ไม่รู้ว่าติดใจหนองโพหรือช่องครอดเทียมหมอสมศรี” ฮโยซอบกล่าวตามความคิด เขารู้จักอี้ชิงมาหลายปีตั้งแต่ยังไม่ทำนมเรียกได้ว่านานกว่าใครเลยก็ว่าได้ อี้ชิงเป็นคนที่น่ารักมากคนนึงเลยทีเดียวถ้าไม่ติดนิสัยพูดคำหยาบเวลาพูดกับเพื่อนกระเทยก็นับเป็นคนที่มารยาทดีที่สุด ขี้เล่น ตอแหล ที่สำคัญอ้อยมาก


“มึงว่าอีอี้มันได้อ่านยัง” เจ๊คีย์หันไปถามกับเพื่อสนิทด้วยสีหน้าลุ้นปนสงสัย


“ยังหรอก คิดว่าไม่น่า อีเหี้ยนี่พ่อแม่เขาไม่เคยให้กินปลา ขนาดเขียนชื่อตัวเองในเฟสยังไม่ถูกถ้าจะคิดว่ามันอ่านภาษาอังกฤษออกก็ลืมไปเหอะ” แบคฮยอนพูดจิกกัดเพื่อนสนิท จนถึงทุกวันนี้เขาก็ยังรู้สึกเพลียกับชื่อ Jang Eiching-naka ไม่หาย ไม่รู้ว่าอยู่นู่นผัวฝรั่งมันสอนอะไรให้บ้างนอกจากท่ายาก


“กูว่าเซอร์ไพส์แน่มึงงานนี้” ฮโยซอบว่า


“มึงเชื่อเหอะ ถ้าอีเควินมันพูดขนาดนี้นิตยาสารฉบับหน้าไม่มีภาพถ่ายมันสองคนกูให้เอาผู้ชายมารุมโทรมเลย” คีย์บอมเม้าท์มอยอย่างเมามัน ขนาดเขาดูจากภาพแอบถ่ายเบลอๆของอีนายแบบกับกระเทยในร้านเอชเลอคาโก้ยังน่าสงสัยเลย ถ้าไม่มีคนตามไปถ่ายรูปทำข่าวก็ไม่รู้จะว่ายังไง


“อีเจ๊ งั้นมึงรีบสั่งจองแฟชั่นไทม์ฉบับหน้าล่วงหน้าเลยนะ หนูจ่ายตังค์เอง” แบคฮยอนเองก็ตื่นเต้นแทนเพื่อนสนิทไม่แพ้กัน ไม่คิดเลยว่าชีวิตอาภัพอย่างกระเทยอี้จะได้มีสุขปานอยู่บนสลวงสวรรค์ขนาดนี้ เขาเองก็ได้แต่แสดงความยินดีในใจที่ความฝันของอี้ชิงจะได้เป็นจริงสักทีหลังจากโดนหลอกมาซ้ำซากจากพวกใจดำ ทำร้ายได้แม้กระทั่งกระเทยเอ๋อที่มีของดีเป็นนมคู่เดียว



“งานนี้ ไม่พลาด!!!















เวลาบ่ายสามโมงกว่าๆ ณ ประเทศแคนาดา ตอนนี้อี้ชิงกำลังช้อปปิ้งอยู่ที่ห้างกลางเมืองหลวงกับผัวฝรั่ง พวกเขาพากันเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ทีจนทางเดินเป็นมันและคริสก็ไม่ได้ใส่แว่นดำปกปิดใบหน้าเมือนทุกที มันก็คงเป็นเหมือนการเที่ยวครั้งก่อนๆที่ไม่มีใครให้ความสนใจมากนักถึงคนรอบข้างจะมองอีฝรั่งกันจนตาแทบถลนกับความหล่อทะลุฟ้าดินแต่ก็ไม่ได้มีใครมาให้ความสนใจกับเรื่องสถานะนายแบบเท่าไหร่อยู่ดีเพราะตั้งแต่ออกเที่ยวกันมาอี้ชิงก็ไม่เคยเห็นนักข่าวตามแอบถ่ายรูปสักครั้งหรือบางทีพวกฝรั่งอาจจะไม่ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้


“คริส...ไปดูรองเท้ากันเถอะ” อี้ชิงว่าก่อนจะดึงแขนคุณสามีให้เดินตามไปทางแผนกรองเท้าโดยที่คริสเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรแม้ในใจจะไม่เห็นด้วยเท่าไหร่กับการซื้อรองเท้าไปดองไว้แล้วก็ไม่ใส่ของ จาง อี้ชิง แต่ว่ารองเท้าคู่นึงที่อี้ชิงซื้อมันก็ไม่แพงมากแค่คู่ละ100-200บาทถ้าเทียบกับไนกี้คู่ละสามแสนของคริสมันก็ไม่มีปัญหาอะไร


“คู่ที่แล้วซื้อไปได้ใส่หรือยัง” คริสว่าพร้อมกับเหล่ตามองภรรยาที่ยังดึงแขนเขาไม่หยุด คริสไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทภรรยาเขาแค่แหย่เล่นเท่านั้นแหละ


“ก็คู่นั้นมันเล็กอะ” อี้ชิงหยุดเดินก่อนจะหันมาทำหน้างอกึ่งอ้อนให้สามีทั้งยังเขย่าแขนแกร่งเบาๆ เขาเชื่อว่าคริสจะต้องใจดีพาไปซื้ออยู่แล้วหละแต่ว่าก่อนจะไปซื้อก็ต้องตอบคำถามของพ่อนักคิดนี่ให้ได้เสียก่อน


“เล็กแล้วซื้อไปทำไม”


“มันสวย...อยากได้...” พอว่าแล้วก็ทำตาปริบๆเรียกคะแนนความเห็นใจจากคนตัวสูง ปกติอี้ชิงเป็นพวกชอบซื้อของที่ตัวเองอยากได้อย่างฟุ่มฟือยตั้งแต่อยู่เกาหลีแล้ว ซื้อโดยที่ไม่สนใจว่ามันจะถูกกับฤดูกาลแฟชั่นหรือเปล่า ซื้อเพราะสวย ซื้อเพราะชอบ ไม่ได้ใช้ไม่เป็นไรดีกว่าอยากได้แล้วไม่ได้ซื้อ...



คำตอบของภรรยาทำเอาคริสกริบถึงกับพูดไม่ออกเขาก็เข้าใจอะนะว่าช้อปปิ้งมันเป็นความสุขแต่ซื้อไปแล้วใส่ไม่ได้นี่จะซื้อไปเพื่ออะไรเพราะไม่ว่ายังไงก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี คริสคิดว่าอี้ชิงควรจะมีระเบียบในการจับจ่ายเงินทองมากกว่านี้



“งั้นคราวนี้ก็ซื้อแต่คู่ที่มันใส่ได้ตกลงไหมคะ”


“ตกลงค่ะ” อี้ชิงตอบรับพร้อมกับยิ้มร่าอย่างได้ใจ ถึงจะรับปากไปแบบนั้นแต่ก็เชื่อเถอะว่าอีฝรั่งมันดูไม่ออกหรอกว่าคู่ไหนเขาใส่ได้ใส่ไม่ได้ แค่แกล้งบอกว่าพอดีก็ได้รองเท้าสวยๆไปเก็บเป็นคอลเลคชั่นที่บ้านสบายๆโดยที่ไม่ต้องทนอึดอัดเพราะไม่ได้ซื้อ



เมื่อเห็นว่าภรรยารับปากคริสก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ เขาปล่อยให้อี้ชิงจุงมือไปเข้าโซนรองเท้าที่มีให้เลือกมากมายหลายราคาหลายรูปแบบ ทันทีที่เดินเข้ามาในสต๊อคคนตัวเล็กกปล่อยมือเขาแล้วไปเดินเลือกรองเท้าด้วยตัวเองปล่อยให้คริสนั่งรออยู่ตรงที่นั่งลองรองเท้า

ในระหว่างที่รอภรรยาช้อปปิ้งคริสก็หยิบเอาสมาร์ทโฟนขึ้นมาเข้าไวไฟหากดเช็คหุ้นเช็คอีเมลไปเรื่อยเปื่อยแล้วสุดท้ายก็ไม่พ้นเข้าทวิตเตอร์เพื่ออ่านข้อความจากเพื่อนนายแบบหรือเมนชั่นจากแฟนๆที่ส่งมา


คริสออกจากเบราเซอร์ไปเข้าแอพพิเคชั่นตัว t สีฟ้าแล้วกดตรงสัญลักษณ์ @ เพื่อเข้าหน้าเมนชั่นทันที เพียงไม่นานข้อความต่างๆที่ถูกส่งถึงเขาก็ปรากฏขึ้น คริสไล่สายตาอ่านข้อความเหล่านั้นผ่านๆโดยไม่ได้เจาะจงซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับที่เขาให้สัมภาษกับนิตยาสารแฟชั่นไทม์ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ทั้งคำถามเรื่องสถานที่จัดงานบ้างหละ จะจดทะเบียนสมรสจริงหรอ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครและข่าวลืออื่นๆที่คริสไม่ได้ใส่ใจ...


ขนาดเมียที่นอนอยู่ด้วยกันทุกคืนยังไม่รู้เลยว่าคริสอยากจะแต่งงานใจจะขาดแล้วทำไมพวกนี้ถึงทำวิพากย์วิจารณ์รู้ดีก่อกระแสข่าวลือซะจนคริสนึกว่าพวกเธอเป็นเมียเขาซะอีก


คริสกดเข้าหน้าโฮมอีกครั้งแล้วไล่อ่านไทม์ไลน์ไปเรื่อยๆจนไปเจอรูปภาพล่าสุดที่ถูกอัพโหลดขึ้นและถูกรีทวิตโดยแฟนคลับของเขา ภาพของคริสกับอี้ชิงที่นั่งอยู่ที่นั่งกินข้าวอยู่ในร้านอาหารเมื่อ15นาทีก่อน รวมถึงตอนที่เดินจับมือกันเลือกเสื้อผ้าด้วย

คริสขมวดคิ้วก่อนจะกดปิดสมาร์ทโฟนแล้วเก็บใส่กระเป๋าอย่างไม่ไยดี ปกติเขาคั่วสาวอาทิตย์ละคนไม่เห็นจะมีใครใส่ใจทำข่าว ยิ่งประเภทแอบตามถ่ายภาพนี่ลืมไปได้เลยแต่ดูท่าทางคราวนี้นักข่าวจะสงสัยเหลือเกินว่าผู้หญิงที่คริสอยากจะแต่งงานด้วยเป็นใคร


ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆตัวเผื่อจะเจอใครที่น่าสงสัยแถวๆนี้แต่ก็ไม่เห็นใครเลยเขาจึงเลือกที่จะเมินแล้วเดินช้อปกับภรรยาชิลๆมากกว่า ถ้าใครอยากจะถ่ายก็ถ่ายไปเถอะ ถ่ายไปลงสักสิบเล่มให้พอใจเอาให้โลกตะลึงกันไปเลยว่าเควินวูนี่แหละเดินถือช้อปปิ้งแบ็กเดินตามหลังภรรยาเป็นแมวเชื่อง

คริสไม่อยากจะใส่ใจเรื่องราวในอดีตของตัวเองอีกแล้ว ทุกวันนี้เขามีอี้ชิงเป็สิงที่มีค่าที่สุดและก็ควรจะให้ความใส่ใจกับมันมากที่สุดไม่ใช่มัวแต่ไปแคร์สื่อที่ต้องทำข่าวตามหน้าที่หรือต่อให้คริสไม่ได้เป็นนายแบบเขาก็งานมีเงินใช้อยู่ดี



“ที่รัก... เมื่อกี้อี้เห็นเขาแอบถ่ายรูปเราด้วย เขาเป็นใครหรอ” เสียงอี้ชิงพูดมาแต่ไกลพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหาสามีที่นั่งรออยู่ที่ที่นั่งลองรองเท้า เมื่อกี้เขาเห็นคนแปลกๆทำท่าเหมือนจะยกกล้องขึ้นถ่ายรูปคริสหลายครั้งแต่ไม่มั่นใจว่ามาถ่ายเรื่องอะไร


“อื้อ ปล่อยเขาไปเถอะ” คริสว่าอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับลุกขึ้นยืนสละที่นั่งให้ภรรยาที่เดินหิ้วรองเท้ามาสามคู่เพื่อที่คนตัวเล็กจะได้นั่งลอง


“ปาปารัซซี่หรอ เขามาถ่ายรูปคริสใช่ไหม” อี้ชิงว่าไปก็ก้มหน้าลองรองเท้าไป เขาก็พออยู่รู้หรอกว่าคริสเป็นคนดังแต่ปกติทุกทีเวลาไปเที่ยวไหนก็ไม่เห็นมีใครมาตามถ่ายแบบนี้ถึงแม้ว่าคริสจะไม่ได้ใส่แว่นปกปิดหน้าตาตัวเองก็ตาม

“เขามาถ่ายรูปเจ้าสาวคริสมั้งคะ” คริสแอบพูดหยอดก่อนจะเหล่ตามองว่าที่เจ้าสาวในอนาคตแล้วเดินไปนั่งเบียดกับภรรยาบนที่นั่ง อี้ชิงเหมือนจะชะงักไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผู้สามีด้วยสีหน้าประหลาดใจปนอึ้งๆ

“หมายความว่าไง?”

“ก็ให้สัมภาษณ์กับหนังสือไปว่าคริสจะแต่งงานแล้วไง” พอว่าแล้วคริสก็เลื่อนใบหน้าเข้าไปขโมยหอมแก้ใสของภรรยาแรงๆหนึ่งทีเป็นการโชว์ไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวที่ยืนถือกล้องทำเป็นเนียนอยู่ไกลๆ ไหนๆก็ไหนๆถ้าอยากถ่ายคริสก็จะเซอร์วิสให้ภาพมันดูสวยๆหวานๆให้เลย

“แต่งงาน? กับอี้อะหรอ?” อี้ชิงขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับมองหน้าสามีด้วยสายตาคาดหวัง เขาไม่ได้อยากเข้าข้างตัวเองหรอกหรือบางทีมันอาจจะเป็นการเข้าผิดในบทในบทสัมภาษณ์ของอีฝรั่งเลยทำให้นักข่าวแตกตื่น อาจเป็นการสร้างกระแสหรืออะไรเพราะคริสไม่เคยพูดเรื่องนี้แม้แต่กับเขาเอง ไม่แม้แต่จะเปรยให้ฟังด้วยซ้ำเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน

“ครับ” คริสกอดรั้งเอวคนตัวเล็กให้ขึ้นมานั่งบนตักก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรองเท้าที่วางอยู่ข้างๆมาถือไว้ในมือแล้วยกเท้าภรรยาขึ้นมาจับรองเท้าสวมลงไปเพื่อลองเบอร์ในขณะที่อี้ชิงยังประมวณผลข้อมูลไม่เสร็จ

“เมื่อไหร่คะ?” อี้ชิงยังงงไม่หายเรื่องที่ผัวบอกว่าให้สัมภาษณ์ลงหนังสือว่าจะแต่งงานแล้ว ซึ่งคริสไม่เคยปรึกษาเขามาก่อน ไม่เคยมาขอแต่งงงแต่งงานไม่มีคุยกันก่อนหน้าหรือพูดง่ายๆคืออี้ชิงเพิ่งจะมารู้หลังจากที่คนทั่วโลกเขารู้กันไปแล้วเนี่ยแหละ

“ไม่เกินสิ้นปี ไวที่สุด”

“ทำไมอี้ไม่รู้เลยหละ” อี้ชิงก็อยากจะโดนขอแต่งงานแบบซึ้งๆบ้าง แล้วอะไรคือการที่อีฝรั่งมันเอาข่าวไปบอกคนอื่นก่อนทั้งๆที่เมียที่จะแต่งด้วยยังไม่รู้เรื่อง แล้วถ้าจะมาโบ้ยว่าเพราะเขาไม่ใส่ใจอ่านนิตยาสารก็ลืมไปได้เลยเพราะอยู่ด้วยกันทุกวันเห็นหน้ากัน24ชั่วโมงใครจะไปซื้อหนังสือสัมภาษณ์มาดูเพราะตัวจริงก็นอนอยู่ใกล้ๆ

“ก็ว่าจะบอกแต่เมื่อคืนมัวแต่เล่นกันเลยลืม วันนี้ก็เลยกะว่าจะบอกอยู่”

“จะแต่งจริงๆหรอ” อี้ชิงเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองเท่าไหร่ เขาเขย่าแขนแกร่งที่กอดอยู่ที่เอวไปมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนสับสน อี้ชิงไม่เคยหวังเรื่องนี้เลยจริงๆเขาคิดแค่ว่าใช้ชีวิตไปเรื่อยๆให้มีความสุขก็พอแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าคริสจะแต่งงานจริงๆ

“จริงสิคะ ไว้กลับไปคุยกันที่บ้านนะ” คริสกดจูบลงที่มุมปากภรรยาเบาๆหนึ่งทีก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อไปคุยเรื่องรองเท้าแทน มันก็เป็นอย่างที่เคยบอกไปว่าเขาไม่เคยขอหมั้นใคร ไม่เคยขอใครแต่งงานเพราะแบบนั้นทุกครั้งที่ทำเรื่องแบบนี้มันก็เลยดูแป้กๆไม่โรแมนติกเท่าไหร่


คริสไม่รู้จะต้องทำยังไงเพราะหมั้นก็หมั้นไปแล้ว ต่อไปก็เตรียมงาน ถ่ายพรีเวดดิ้ง ตัดชุดแต่งงานบลาๆๆมันดูเป็นงานยุ่งยากไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่เลย ถ้าเลือกได้คริสก็อยากจะจัดงานง่ายๆสวมแหวนกันสองคนกับจดทะเบียนสมรสใบเดียวพอ ไม่ต้องยิ่งใหญ่แต่ชัดเจนทุกอย่าง รายได้ครึ่งนึงหลังจดทะเบียนเป็นของเมีย รถชื่อเมีย บ้านชื่อเมียอะไรก็ว่าไปสินสอดก็เป็นทะเบียนสมรสกับบัตรเครดิตนั่นแหละ ไม่จำกัดวงเงินจะรูดเอากี่ล้านก็เอาไป

เรือนหอก็ไม่รู้จะสร้างทำไมทุกวันนี้คริสก็อยู่บ้านตัวเอง นอนด้วยกัน เรื่องพรากพรหมจันรท์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะมันไม่เคยมี ได้เสียนับครั้งไม่ถ้วนและอีกอย่างนึงที่คริสจัดงานก็แค่ทำให้มันเป็นทางการมั่นคงในสถานะเท่านั้นเองว่าอี้ชิงมีเจ้าของแล้วนะ ไม่ใช่แฟนที่จะมารักๆเลิกๆเป็นวัยรุ่น เพราะงั้นมันก็ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตอะไรมากมายเลย ญาติคริสก็มีแค่น้องกับพ่อส่วนลูกพี่ลูกน้องอันนั้นไม่นับเขาไม่ชอบวุ่นวาย พอคิดแบบนั้นมันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำอะไรใหญ่โต




ทุกวันนี้ก็อยู่กันแบบสามี-ภรรยาอยู่แล้ว...


















ฟุ่บ


“โอ้ย~ เมื่อยขา”

ทันทีที่เปิดประตูเดินเข้ามาในบ้าน จาง อี้ชิง ก็โยนสารพัดถุงช้อปปิ้งลงบนพื้นแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนโซฟาทันที  ตั้งแต่บ่ายโมงจนตอนนี้เย็นแล้วพวกเขาเพิ่งจะกลับถึงบ้านหลังจากที่เดินวนซื้อนู่นนี่กันเป็นเวลานานและแน่นอนว่าของ95% เป็นของอี้ชิงทั้งหมด

“รีบ ไป ทำ กับ ข้าว” คริสเดินเอาถุงของไปวางเทินบนหัวภรรยาก่อนจะหย่อนมันไว้บนโซฟาข้างๆคนตัวเล็ก นี่หกโมงกว่าแล้วหลังจากที่กินข้าวเช้าไปตอนบ่ายพวกเขาก็ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันเลยเพราะมัวแต่ช้อปนู่นนี่จนเกือบจะลืมซื้อของสดมาทำกับข้าวตอนเย็นด้วยซ้ำ

“ที่รักกินไร~” อี้ชิงแหงหน้าขึ้นไปมองสามีแล้วทำปากจู๋จนคนตัวสูงอดโน้มตัวลงมาจูบที่ริมฝีปากอิ่มปากไม่ได้ คริสผละใบหน้าออกจากภรรยาขี้อ้อนก่อนจะใช้ขายาวๆปีนข้ามผนักโซฟาไปนั่งติดกับคนตัวเล็ก

“อะไรก็ได้ค่ะ” ว่าแล้วรั้งคอภรยาเข้ามาจูบแก้มอีกทีก่อนที่คนตัวเล็กดันตัวออกแล้วบิดตัวไปมาก่อนจะลุกยืนขึ้น

“งั้นรอแป้บนึงนะคะ” อี้ชิงหันมาหยิบถุงของสดต่างๆนาๆที่หอบหิ้วมาจากห้างเดินถือมันเข้าครัวไปเตรียมตัวทำข้าวเย็นให้ผัวกินก่อนที่มันจะหิวแล้วหงุดหงิดพาลหาเรื่องนัวเนียไปซะก่อน


หลังจากที่ภรรยาลุกไปทำกับข้าวคริสก็ได้แต่เอนหลังนอนพิงโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อนหลังจากตะลุยช้อปกันอย่างดุจเดือดมาร่วม3ชัวโมงกว่าเกือบ4ชั่วโมงก็ได้เวลาพักเสียที คืนนี้เขามีเรื่องต้องคุยยาวเกี่ยวกับแผนแต่งงานที่จะจัดขึ้นในไม่ช้าไม่เร็วนี้ คริสยังคิดไม่ออกว่าเขาจะเอายังไงดีกับเรื่องงานแต่งเพราะถึงจะมีธีมที่ชอบใจอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าอี้ชิงจะชอบหรือเปล่า

คริสไม่อยากจัดงานใหญ่โตเชิญสื่อมากมายมาร่วมงานเพราะมันยุ่งยากและอีกอย่างคริสก็ไม่ชอบให้พวกมือเสือกในโลกไซเบอร์เอาเมียเขาไปวิพากวิจารณ์หรือตามสืบประวัตินู่นนี่ของอี้ชิงด้วย แน่นอนว่าอีกไม่นานคริสจะอายุครบ32พอถึงตอนนั้นเขาคงต้องทำงานที่บริษัทไม่ไปตะลอนถ่ายแบบแล้ว
ใช้ชีวิตแบบนักธุรกิจเต็มตัวมีครอบครัวเป็นหลักเป็นแหล่งไม่ใช่นายแบบเพล์ยบอยเหมือนแต่ก่อน มันก็ไม่สำคัญว่าใครต่อใครจะต้องมารู้จักเมียเขาในฐานะภรรยานายแบบอะไรแบบนั้นเพราะในอนาคตเขาไม่คิดจะใช้ชีวิตแบบคนมีชื่อเสียงอยู่ดี

อีกอย่างทุกวันนี้กับชีวิตหลังแต่งงานมันก็คงไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ เรื่องที่จะเปลี่ยนไปหลังจดทะเบียนสมรสก็คงเป็นเรื่องทรัพย์สินกับกฏหมายต่างๆซึ่งอี้ชิงก็ไม่ใช่ลูกคุณนายไฮโซที่จะพะวงเรื่องทรัพย์สินของเขาหรือจ้องจะเอานู่นนั่นไปเป็นของตัวเอง นี่ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายเดือนอี้ชิงไม่เคยสนใจบ้านรถ เงินทองหรือของมีมูลค่าที่พวกเมียฝรั่งให้ความสนใจกันและแน่นอนว่าคริสไม่อยากมีลูกแล้วก็ไม่คิดจะมีจนกว่าจะอยากมีด้วย

ทุกวันนี้อี้ชิงอยู่โดยใช้เงินเขาไม่มีเงินเดือนเพราะคริสเองที่ไม่ยอมให้ทำงาน บ้านก็เป็นของเขา ไม่มีอะไรสักอย่างที่เป็นของอี้ชิง ก็น่าแปลกที่คนตัวเล็กไม่เคยเร้าหรือ ไม่ขอให้ซื้อนู่นนี่นอกจากพวกเครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า รองเท้า เรียกได้ว่ามีแต่ใจและไม่คิดอยากจะเอาอะไรจริงๆ ถ้าแต่งงานไปคริสก็เชื่อว่าต่อให้อี้ชิงมีส่วนได้ในสมบัติครึ่งนึงคนตัวเล็กก็ไม่คิดจะเอาหรอก

อี้ชิงไม่ใช่พวกรสนิยมสูงที่ของใช้ต้องแพงต้องแบรนด์ ราคาที่ใช้ก็เป็นราคาที่คนทั่วไปซื้อกันไม่ได้หนักกระเป๋าอะไร วันๆก็อยู่แต่บ้าน ซักผ้า ล้างจาน รีดเสื้อ ทำกับข้าว ปลุกคริสไปทำงานตอนเช้าและรอรับที่บ้านตอนเย็น... ทุกอย่างก็คงเป็นเหมือนเดิมตามนั้นแล้วที่จดทะเบียนกันในครั้งนี้ก็คงจะมีแต่คริสที่ได้ผลประโยชน์เต็มๆคือถ้าครั้งนึงเขาพลาดทำให้อี้ชิงเสียใจอย่างน้อยก็มีทะเบียนสมรสที่ยื้อไว้ไม่ใช่จะหนีกันไปได้ง่ายๆเหมือนการคบกันแบบไม่มีหลักแหล่ง

มันอาจะดูเอาแต่ใจแบบมัดมือชกไปหน่อยแต่คริสคงทำใจไม่ได้ถ้าวันนึงต้องกลับไปอยู่คนเดียว ตั้งนาฬิกปลุกจากไอโฟน กินอาหารสำเร็จรูปอุ่นไมโครเวฟ กลับไปอยู่คอนเพราะต้องจ้างแม่บ้านดูแลห้อง คงเป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์จริงๆ...


“คริส~ เอาถุงซอสมาให้หน่อย~” เสียงเรียกจากภรรยาฉุดคริสออกจากห้วงความคิด เขาก้มลงไปรื้อถุงดูว่าอันไหนเป็นของสดก่อนจะจัดการหิ้วถุงนั้นลุกเข้าไปในครัวเพื่อนำไปส่งให้คนตัวเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับอาหารเย็นซึ่งดูจากวัตถุดิบแล้วก็คงเป็นพวกเส้นๆอย่างสปาเก๊ตตี้หรืออะไรนี่แหละ

กลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากกระทะทำให้คริสน้ำลายสอ เขาเดินนำถุงเครื่องปรุงไปวางไว้ข้างๆเขียงก่อนจะเดินไปยืนซ้อนหลังภรรยาแล้วรั้งคนตัวเล็กเข้ามากอด

“ออกไปห่างๆก่อนสิคะ น้ำมันจะกระเด็น” อี้ชิงยกมือขึ้นเกาะท่อนแขนแกร่งไว้ก่อนจะเดินถอยออกจากกระทะที่เพิ่งเทน้ำมันทานตะวันลงไปแต่คริสไม่ยอมเชื่อฟัง เขายังกอดภรรยาไว้แน่นทั้งยังเอาคางเกยหัวคนตัวเล็กไว้ด้วย






ไม่มีช่วงเวลาไหนจะมีความสุขดเทียบเท่ากับเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับเมียอีกแล้ว...





“ไปนั่งรอกินป่ะ” อี้ชิงรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ถนัดเท่าไหร่ เขาแกะมือหนาที่กอดรัดอยู่ที่เอวก่อนจะดันคนตัวสูงให้ไปนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ อี้ชิงดันไหล่สามีให้นั่งลงก่อนจะเลื่อนมือไปแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ดบนเพื่อที่คริสจะได้ไม่อึดอัดเกินไปในบรรยากาศอบอ้าวของหน้าร้อนแบบนี้


“พรุ่งนี้ไปจดทะเบียนกันเถอะ” อยู่ๆคริสก็พูดขึ้นมาถึงเรื่องงานแต่งอย่างไม่มีปลี่มีขลุ่ย เขารู้สึกไม่อยากจัดงานใหญ่โตแล้ว พรุ่งนี้คริสอยากจะได้ทะเบียนสมรสไวๆเขาจะได้เลิกกังวลสักที ไม่งั้นมันจะค้างคาอยู่ที่หัวไปหยุด ถ้าไหนๆจะแต่งแล้วก็รีบๆทำให้มันเสร็จๆไป


“จะไม่ขอแต่งงานหน่อยหรอคะ” อี้ชิงเดินไปหรี่ไฟเตาแก๊สให้เบาลงก่อนจะเดินกลับมานั่งตักสามีแล้วยกแขนขึ้นคล้องต้นคอแกร่งไว้ เขาอยากจะได้ยินคำขอแต่งงานซึ้งๆสักครั้งในชีวิตไม่ใช่เอะอะปุ่บปั่บเอาแหวนมาสวมกูแล้วบอกหมั้นเหมือนตอนนั้น แล้วนี่อยู่ๆจะลากกูไปจดทะเบียน สื่อเส่ออะไรรู้เรียบร้อยแต่คนที่จะแต่งด้วยยังไม่รู้ข่าวตัวเองเลย


“แต่งงานกันนะคะ” คริสจ้องมองเข้าไปในดวงตาเรียวรีก่อนจะก้มหน้าลงไปจุ้บริมฝีปากอิ่มย้ำๆ เขากอดรั้งศรีภรรยาให้เขยิบเข้ามาแนบชิด คริสไม่เคยขอใครแต่งงานและเขาไม่รู้ว่าต้องทำซึ้งขนาดไหน แค่นี้ก็รักจะตายอยู่แล้ว


“ตกลงค่ะ” อี้ชิงตอบกลับอย่างไม่เล่นตัวก่อนจะรั้งต้นคอแกร่งเข้ามาจูบดูดดื่มทั้งยังโยกตัวไปมาช้าๆซึมซัมเอาความรู้สึกอิ่มเอมที่ไม่พิเศษเท่าไหร่ก่อนที่คริสเป็นคนผละใบหน้าออกก่อน


“เอานิ้วมาสวมแหวสิคะ” คริสจับมือเล็กทั้งสองข้างของภรรยายกขึ้นก่อนจะถอดแหวนหมั้นจากนิ้วนางข้างขวาออกแล้วเปลี่ยนไปจับมือซ้ายก่อนจะสวมแหวนวงเดิมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายทำเอาจาง อี้ชิง อึ้งกิมกี่ว่าทำไมอีฝรั่งมันมักง่ายงี้...


จะแต่งเมียทั้งทีงานก็ไม่จัด สินสอดก็ไม่มีเอากูมาฟรีๆแล้วแหวนยังไม่ซื้ออีก...สรุปแหวนวงเดียวมึงใช้คุ้มเลยทั้งหมั้นทั้งแต่ง...



“ไว้คริสซื้อให้ใหม่นะคะ หาไม่ทัน” คริสหัวเราะออกมาน้อยๆก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มภรรยาเมื่อเห็นสีหน้างงเป็นไก่ตาแตกของอี้ชิง มันฉุกเฉินจริงๆเขาไม่ได้ตั้งใจจะยืมแหวนหมั้นมาแต่งงานแต่ไม่รู้จะหาจากไหนหลังจากที่พูดขอแต่งงานไปแล้ว


“ไม่เป็นไรค่ะ” อี้ชิงพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะยกแหวนวงเดิมที่เปลี่ยนตำแหน่งจากมือข้างขวามาสวมอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายแทนขึ้นดู แค่มีคนมาขอแต่งงานอี้ชิงก็ปลื้มใจไปถึงไหนแล้ว ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะได้แต่งผัวกับเขาด้วยเพราะชีวิตที่ผ่านมามันอาภัพรักตลอดไม่เห็นมีแววว่าจะโชคดีแบบนี้เลย


“เข้าห้องหอกันเถอะค่ะ” คริสยกร่างของภรรยาขึ้นวางบนโต๊ะกินข้าวก่อนจะจู่โจมป้อนจูบให้กับคนตัวเล็กอย่างไม่ทันตั้งตัว เขากดร่างบางแนบลงกับพื้นโต๊ะ ปัดเอาถุงวัตถุดิบต่างๆลงไปจากโต๊ะอย่างไม่ไยดี

ขาเล็กยกขึ้นเหน็บเอวแกร่งอย่างรู้หน้าที่ อี้ชิงกดศีรษะคนด้านบนให้แนบชิดลงมายิ่งขึ้นก่อนจะเปิดปากแลกลิ้นกันอย่างไม่สนใจกระทะที่ขึ้นควันเพราะน้ำมันที่เหือดแห้งหมด...ตอนนี้ไฟรักมันโหมขึ้นบดบังไฟจากเตาทำกับข้าวไปหมดแล้ว

.

.

.

.

.

.

.

.


“แฮ่กๆๆๆ” เสียงอี้ชิงหอบหายใจหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยสุดพลัง เขายกมือขึ้นจับเคาท์เตอร์ครัวพยุงร่างตัวเองให้เดินไปปิดเตาไฟที่ขึ้นควันโขมงจนแทบจะลุกไหม้กระทะ

 หลังจากที่คริสเปลี่ยนห้องครัวเป็นเรือนหอแล้วจัดการมิชชั่นนารีบนโต๊ะขาแทบพังก่อนจะยกลงมาต่อด้วย Doggy style ที่พื้นครัว ด้วยเวลาที่เร่งรีบเพราะไฟกำลังจะไหม้เตาทำให้การเสียตัวหลังแต่งงานคราวนี้ไม่ละมุนเท่าไหร่ มันดูเป็นเซ๊กส์ที่เร่งรีบร้อนแรงจนหอบแฮ่กแทบคลานพื้นกันเลยทีเดียว

“วันนี้งดข้าวเย็นนะคะ” อี้ชิงนอนหงายลงไปกับพื้นหลังปิดเตาเสร็จ สภาพเขาตอนนี้เหลือแค่เสื้อกล้ามที่เลิกเปิดขึ้นมาเหนือหน้าอกกับผ้ากันเปื้อนตัวเดียว เสื้อในกับกางเกงขาสั้นหายไปไหนไม่รู้แต่กางเกงในขาดคาอยู่ที่ต้นขา

“ตกลงพรุ่งนี้จะไปจดทะเบียนด้วยกันไหมคะ” คริสคลานจากโต๊ะกินเข้าเข้ามาคร่อมทับภรรยาที่นอนหงายอย่างหมดแรงอยู่หน้าเตาอบ เขาทิ้งตัวนอนทับอี้ชิงบดเบียเรือนร่างที่กึ่งเปลือยเปล่าเข้าหากันอย่างปลุกอารมณ์

“ก็ต้องไปสิคะ” อี้ชิงตอบพร้อมกับยิ้มออกมา

“อยากไปฮันนีมูนที่ไหน” คริสถามพร้อมกับก้มลงไปจุ๊บริมฝีปากอิ่ม การฮันนีมูนเป็นสิ่งที่เขาใส่ใจมากกว่างานแต่งเสียอีก มันคงจะดีมากถ้าพวกเขามีเวลาได้อยู่ด้วยกันนานๆสองคนหลังแต่งงานโดยที่ไม่ต้องมีใครมารบกวน

“ไปเกาหลีไหมคะ”

“อี้อยากไปที่ไหนหละ”

“ที่เกาะ....ไปแต่งงานกันสองคนแบบส่วนตัวอีกรอบ” อี้ชิงยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงเกาะสวาทหาดสวรรค์ที่เขาไปกับคริสเป็นที่แรก มันเป็นสถานที่ๆเกิดเรื่องราวมากมายขึ้นเยอะจริงๆทั้งขอเป็นแฟน ขอหมั้น แล้วถ้าจะแต่งงานทั้งทีไปแต่งกันที่นั่นพร้อมฮันนีมูนด้วยเลยก็คงเยี่ยมไม่เบา

“โอเคค่ะ ตกลง ถ้าอยากไปจะพาไป” คริสก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มแรงๆหนึ่งทีก่อนที่จะเริ่มคลำคลึงไปตามร่างกายของคนตัวเล็กเพื่อเริ่มบทรักครั้งใหม่หลังแต่งงาน ถึงจะยังไม่เป็นทางการแต่มันจะถูกต้องตามกฏหมายแน่เมื่อพรุ่งนี้เขาเซ็นลายเซ็นต์ลงบนสมรสในฐานะสามีของ จาง อี้ชิง....









-END EP.5-












1 ความคิดเห็น: