วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

[SF] Chain โซ่รัก














“คริส... เราเลิกกันเถอะ..........”



.
 
.

.

.

.


เช้าวันจันทร์ที่แสนน่าเบื่อ...เวลาแปดโมงครึ่งหลังจากทานข้าวและนำรายงานไปส่งที่ห้องอาจารย์เสร็จ จาง อี้ชิงก็เดินมานั่งที่โต๊ะประจำหลังอาคารเก่าด้วยสภาพไม่สู้ดีนัก ในมือยังคงกดโทรศัพท์สีขาวไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อความนับร้อยเนื้อหาซ้ำๆเดิมๆที่ไม่แตกต่างกันถูกยัดไว้ในกล่องขาเขาจนเต็มเครื่อง ทั้งโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กก็มีแต่ข้อความแบบเดียวกันส่งมาทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่เมื่อคืนที่เขาบอกเลิกแฟนหนุ่มไป



คริสขอโทษ คริสจะปรับปรุงตัว ยกโทษให้คริสนะ


เลย์ คริสรออยู่หน้าบ้าน ลงมาหาหน่อยนะ


อย่าให้กูรู้แล้วกันว่ามึงไปกับใคร มึงเจ็บแน่เลย์


ที่รัก คริสขอโทษ




ทั้งคำขอโทษ อ้อนวอน และคำข่มขู่มากมาย รวมถึงภาพที่แสดงออกถึงความรุนแรงที่ถูกส่งมาให้ อี้ชิงได้อ่านมันทั้งหมดแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนแฟนหนุ่มกระหน่ำข้อความอย่างบ้าคลั่งแบบนี้ เมื่อเช้าตอนจะออกจากบ้านอี้ชิงก็ต้องปีนกำแพงหลังบ้านไปออกหลังบ้านเพื่อนบ้านอีกซอยนึงเพื่อที่จะออกมาส่งรายงานที่สำคัญมากๆที่มหาลัยเพราะคริสไปเฝ้าที่หน้าบ้านตลอดทั้งวันทั้งคืน เมื่อคืนพวกเขาเทลาะกันเหมือนทุกครั้งก่อนที่อี้ชิงจะเป็นคนตัดสินใจบอกเลิกทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องเจออะไรต่อจากนี้บ้าง แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ
คริสตามก่อกวนเขาไม่เลิกลาจนต้องหลบๆซ่อนๆเพราะกลัวจะถูกทำร้ายร่างกายตามที่อีกฝ่ายได้ขู่เอาไว้



“เห้ย...ว่าไง” แรงกดที่บ่าทั้งสองข้างเรียกให้ จาง อี้ชิงหันไปมองเพื่อนสนิทที่อยู่ในชุดนักศึกษาเช่นเดียวกันที่นัดกันไว้ว่าจะมาหาตอนเจ็ดโมง เพื่อนตัวสูงเดินอ้อมม้าหินอ่อนมานั่งลงข้างๆเขาก่อนจะยกมือขึ้นแตะรอยช้ำสีเขียวคล้ำที่ดวงตา


“โดนมันทำร้ายอีกแล้วหรอ...” เสี่ยว ลู่ฮันว่าด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความห่วงใพร้อมกับเลื่อนมือไปปลดผ้าคาดปากสีขาวอันใหญ่ออก เผยให้เห็นรอยช้ำม่วงๆเขียวๆทั้งที่ข้างแก้ม มุมปาก และรอยแตกยับที่ริมฝีปาก ไม่รวมดวงตาบวมช้ำที่แดงระเรื่ออย่างน่ากลัว คิ้วหนาขมวดแน่นก่อนคว้ามือเพื่อนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งเงียบเอาไว้แล้วฉุดให้ลุกขึ้นยืน


“ไปแจ้งความกับฉัน” ลู่ฮันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพื่อนของเขาถูกไอ้คนโรคจิตป่าเถื่อนทำร้ายร่างกายมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งก่อกวนและข่มขู่ขนาดว่าจะเอาชีวิตอีกด้วย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแต่เป็นมาตลอด2ปีที่อี้ชิงคบกับไอ้ลูกคนรวยนั่น ทั้งๆที่แฟนเก่าคริสก็เคยมาเตือนอี้ชิงด้วยความหวังดีแล้วว่าคริสโรคจิตและชอบใช้กำลัง
แต่อี้ชิงไม่ยอมฟังและตอนที่รักยังหวานชื่นใหม่ๆอะไรๆมันก็บังตาไปหมด จนปีหลังๆคริสเริ่มออกลายและทำร้ายอี้ชิงหนักมากกว่าที่เคยทำกับแบคฮยอนแฟนเก่าแต่อี้ชิงก็ยังทนมาได้เป็นปีอย่างที่เขาไม่รู้สาเหตุว่าทนไปเพื่ออะไร


“ไม่ลู่ ให้มันจบเถอะ ฉันไม่อยากมีปัญหา...” ไม่ใช่แค่ไม่อยากมีปัญหา แต่อี้ชิงกลัวว่าเรื่องราวมันจะเลวร้ายไปกว่านี้ คริสเป็นถึงลูกนักการเมืองทำยังไงก็ไม่ถูกจับอยู่ดีแถมลู่ฮันเองจะพลอยซวยโดนหมายหัวเอาชีวิตไปด้วย


อี้ชิงรู้ดีว่าแฟนเขาเป็นยังไง คริสเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงเข้าแก้ไขปัญหา ตอนแรกที่แบคฮยอนมาเตือนเรื่องที่คริสไม่ปกติเขาเองก็คิดว่าคริสเป็นแค่พวกชอบใช้กำลัง ขี้โมโหและอารมณ์ร้ายเท่านั้น แต่หลังๆมานี่มันไม่ใช่ เขาโดนตบตีเพราะแค่กลับบ้านดึก คริสไม่ยอมให้เขากลับบ้านตัวเองเป็นเดือนๆทั้งยังขับรถไปรับไปส่งตลอดเวลาไม่ให้โอกาสปลีกตัวไปใหนเลย คราวที่แล้วที่ชานยอลเพื่อนเขาถูกรุมทำร้ายก็เพราะแค่ส่งข้อความมาบอกฝันดีตามประสาเพื่อน
หนักข้อเข้าทุกวันอี้ชิงแทบจะรู้สึกว่าเขาถูกเอาโซ่ล่ามคอไว้เหมือนกับสัตว์ แต่ถ้าถามว่าพวกเขารักกันไหมก็คงต้องตอบว่ามาก.....





มากเกินไป... มากเกินจนกลายเป็นผลเสียเพราะคริสไม่สามารถควบคุมความรักของตัวเองที่มีต่อเขาได้




เวลาที่คุยกันดีๆคริสก็พูดจารู้เรื่องเป็นคนเอาใจใส่ ไม่เคยเจ้าชู้ ไม่มีใครที่ไหนซุกซ่อนเอาไว้ แต่คริสติดนิสัยขี้หึงขี้หวงมากจนกลายเป็นปัญหา พอเทลาะกันทีก็มาทั้งลูกอ้อน ทั้งง้อ ทั้งขู่ฆ่า ขู่ว่าจะเผาบ้านบ้างหละ

คริสเคยตั้งใจขับรถให้ตกข้างทางให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อที่จะเรียกร้องความสนใจจากเขาและมันก็ได้ผลทุกครั้ง เพราะอี้ชิงไม่เคยทำใจโกรธได้นานเวลาที่เห็นคนรักเจ็บ จนบางทีเขาก็แอบนึกว่าคริสเป็นโรคจิตหรือป่าว ....



“แล้วจะทำยังไง จะปล่อยให้มันขู่แบบนี้หรอ” ลู่ฮันว่าอย่างหัวเสีย เพราะถ้าปล่อยไว้แบบนี้อี้ชิงคงต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆแถมยังไม่
ปลอดภัย และไม่แน่นอนว่าจะโดนดักทำร้ายเมื่อไหร่บ้าง อย่างน้อยถ้าไปแจ้งความคริสก็จะได้มีคดีติดตัวบ้าง จะทำอะไรก็ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน


“เขาไม่กล้าฆ่าฉันหรอก” ไม่รู้ว่าปลอบใจตัวเองหรือว่าอะไร แต่ทุกครั้งที่เทลาะกันและเขาโดนตบตีจนได้เลือดคริสก็จะเป็นคนมาง้อมาขอโทษและทำแผลดูแลเอาใจใส่ทุกครั้ง ถึงจะมีปืนอยู่ในบ้านถึงสองกระบอกแต่คริสก็ไม่เคยเอามันออกมาใช้กับเขา อย่างมากสุดก็โดนบีบคอ....ไม่รู้ว่ามันจะทำให้เขาตายหรือป่าว....


มันไม่ใช่แค่คำขู่ที่ได้รับ คำขอโทษก็มี ถึงมันจะขัดๆกันกับการกระทำแต่อี้ชิงก็สำผัสได้ว่าคริสไม่ได้โกหก คริสโทรมาร้องไห้กับเขาเป็นชั่วโมงๆทั้งร้องไห้ไปขู่ไปขอโทษไป พอปิดโทรศัพท์หนีตื่นมาตอนเช้าก็โดนฟรัดข้อความจนเครื่องค้างแถมคนตัวสูงยังมาจอดรถเฝ้าที่หน้าบ้านทั้งคืน มันเป็นความรักความหึงหวงที่บ้าคลั่งจนทำให้เขารู้สึกกลัว...


“รู้ได้ไง วันนึงมันบ้าขึ้นมาแล้วอยู่ๆแกหายไปใครจะไปรู้ว่าไปอยู่ไปตายที่ไหน ไปลงบันทึกประจำวันไว้ก็ยังดี” ลู่ฮันยังไม่ยอมแพ้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าแฟนของอี้ชิงจะเป็นแบบนี้ได้ตลอดไป ตอนที่แบคฮยอนเพิ่งเลิกกับคริสใหม่ๆ แฟนใหม่แบคฮยอนก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอบเพราะถูกรุมทำร้าย แต่กับอี้ชิงมันหนักกว่าหลายเท่าเพื่อเขาก็โดนรุมอัดไปแล้วเพราะแค่ส่งข้อความไปบอกฝันดี แบบนี้มันอันตรายและเป็นภัยกับคนอื่นๆด้วยไม่ใช่แค่กับอี้ชิง


“แกไม่ใช่ฉันแกไม่รู้หรอก..” ใช่ ลู่ฮันไม่รู้ว่าตอนที่ดีกันคริสรักเขามากขนาดใหน... ขนาดยอมจูบเท้าจูบฝ่าเท้าแทนการขอโทษและยอมหาทุกอย่างที่อี้ชิงอยากจะได้บนโลกใบนี้มามอบให้...

ลู่ฮันไม่รู้ว่าหลังจากที่โดนตบตีเขาได้รับการปรนนิบัติที่ดีมากขนาดไหน คริสยอมซื้อบ้านใหม่เป็นของตัวเองเพื่อที่จะให้เขาไปนอนด้วยเพราะแค่เขาพูดเปรยๆว่ารู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ร่วมกับคนในครอบครัวคริส และอะไรต่างๆอีกมากมายที่เป็นเหตุผลให้อี้ชิงยอมอดทนมาตลอด แต่คราวนี้ที่เขาตัดสินใจบอกเลิกก็เพราะเขาเริ่มรู้สึกกลัวความรักของคริสที่มันมากเกินไป



ความรักที่มากเกินไปจนกลายเป็นของอันตราย.....


 

“งั้นจะไปอยู่บ้านฉันสักพักไหม ส่งรายงานไปแล้วหยุดเรียนสักอาทิตย์กบดานไปเลย” เมื่อเห็นว่ายังไงเพื่อนตัวเล็กก็ไม่ยอมไปแจ้งความเด็ดขาดลู่ฮันเลยลองเสนอหนทางที่พอจะช่วยได้ แต่ถึงกระนั้นอี้ชิงก็ยังปฏิเสธความหวังดีของเขาอยู่ดี


“ฉันไม่อยากให้แกเดือดร้อน” ว่าออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม อี้ชิงไม่ต้องการให้ใครพลอยโดนหางเลขไปกับเขาด้วย ยังไงซะคนเคยนอนร่วมเตียงเดียวกันคงไม่ขนาดจะฆ่าแกงกันได้ลง ถ้าลองได้พูดดีๆคริสอาจจะใจเย็นลงบ้างแล้วค่อยหาหนทางกันต่อไป


“งั้นฉันว่า....”





“เลย์...” ไม่ทันที่ลู่ฮันจะได้พูดจบ น้ำสียงทุ้มที่แสนคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาจาง อี้ชิงสดุ้งวาบไปทั้งตัวด้วยสัญชาตญาณและความตกใจก่อนจะค่อยๆหันไปมองต้นเสียงที่ดังอยู่ไม่ไกล...


“ค...คริส!” ดวงตาเรียวรีเบิกกว้าง ฝ่ามือที่ถูกคนตัวสูงจับไว้ล่วงลงข้างลำตัว ความกลัวแล่นจับไปทั่วหัวใจเมื่อคนที่เขาพยายามจะหนีมาตลอดทั้งคืนยืนอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าที่เดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไร เสี่ยว ลู่ฮันก็เดินอ้อมเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงดิ่งไปหาคนตัวสูงแล้ว


“ลู่อย่า!” อี้ชิงไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาจะทำอะไร แต่เวลาแบบนี้ไม่ดีแน่เพราะเขารู้ว่าตอนนี้คริสอารมณ์ไม่ปกติและยังไม่พร้อมจะคุยกับใครทั้งนั้น ถ้าคนตัวสูงอาละวาดแล้วลู่ฮันเจ็บขึ้นมาก็มีแต่เขาที่จะรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุ

คริสน่ากลัวและคลั่งได้มากกว่าที่ใครต่อใครเห็นจากภายนอกหลายเท่า....มากขนาดที่ว่าถ้าเป็นเขาก็จะเลือกที่จะวิ่งหนีมากกว่าจะเพชิญหน้า


“เห้ย...มึงเลิกตามอี้ชิงสักทีเถอะ ถ้ารักเขาก็ปล่อยเขาไป มึงอย่ารั้งเขาไว้ให้ทรมานเลย มึงไม่สงสารอี้มันมั่งหรอวะที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะมึงคนเดียว แบบนี้มึงยังพูดได้อีกหรอว่ามึงรักเขา” ลู่ฮันเดินเข้าไปกล่าวอย่างไม่คิดจะทักทาย เขาเคยเจอคริสครั้งสองครั้งและคนตัวสูงตรงหน้าก็ดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติและไม่ให้มันฟังดูสั่นและเครียดเกินไปเผื่อคริสจะยอมคุยด้วยดีๆแล้วเพื่อนของเขาจะได้หลุดพ้นจากบ่วงรักนี่เสียที


“กูอยากคุยกับเมียกู” คริสยังคงแสดงสีหน้าเย็นชา สายตาดุดันเหลือบไปมองคนตัวเล็กที่นั่งสั่นอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนด้านหลังเป็นระยะ คริสอยากรู้ว่าอี้ชิงจะยอมเดินออกมาหาเขาด้วยตัวเองหรือป่าว.... คริสไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่น่ารังเกียจ...


“ไม่ ถ้ามึงจะเอาเพื่อนกูไปกูไม่ให้” ลู่ฮันปฏิเสธเสียงแข็ง เขารู้ว่าถ้าคริสได้ตัวอี้ชิงไปวันนี้อี้ชิงจะต้องโดนซ้อมอีกแน่ๆที่บอกว่าจะคุยก็คงไม่พ้นลากกลับบ้านไปทำอะไรที่ลับตาคน แล้วก็ไม่มีใครเห็นว่าอี้ชิงจะต้องโดนทำอะไรบ้าง แบบนั้นคงไม่มีทางที่เขาจะยอมให้เพื่อนตัวเองไปกับไอ้อันตพาลนี่


“พอแล้วลู่...” ยิ่งลู่ฮันขึ้นเสียงใส่คริสอี้ชิงก็ยิ่งใจไม่ดีใหญ่ เขาเห็นคริสเหลือบตามองมาหลายครั้งแต่เขาไม่กล้าสบตาเลยได้แต่จับจ้องไปที่แผ่นหลังของเพื่อนสนิทแทน คริสเป็นคนที่โกรธได้น่ากลัวอย่างคาดไม่ถึงและดูจากท่าทางตอนนี้แล้วคนตัวสูงคงไม่ได้มาง้อแน่


“มึงจะออกมาคุยกับกูดีๆหรือจะให้เพื่อนมึงเจ็บก่อนเลย์” คริสไม่ด้สนใจคำพูดของลู่ฮัน เขายังกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทพร้อมกับหันไปจ้องอดีตคนรักตาเขม็ง เขาควักเอาวัตวุคมกริบสีเงินวาวที่พกมาด้วยออกมาจากขอบกางเกงชี้ส่วนปลายที่แล้วคมของมันไปยังหน้าท้องของเด็กหนุ่มตรงหน้า



ลู่ฮันกลืนน้ำลายเอื้อกลงคอ ตอนนี้แผ่นหลังของเขาบังมีดที่คนตัวสูงใช้จ่อที่หน้าท้องอยู่ แน่นอนว่าอี้ชิงมองไม่เห็นมัน คริสไม่มองหน้าเขาเลยสักนิดแต่ใช้สายตาจ้องไปกดดันคนด้านหลังที่นั่งสั่นรนรานทำอะไรไม่ถูก ลู่ฮันรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ละครเขาไม่ใช่พระเอกใจกล้าหรือมีฝีมือพอจะแย่งมีดแล้วสู้กันเหมือนในหนัง

คริสสบตาเขาแว้บนึงก่อนจะกดปลายมีดลงมาจี้ติดเสื้อนักศึกษา ด้วยสัญชาตญาณทำให้เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวเป็นสัญลักษณ์ยอมแพ้ ถึงจะรู้ว่าอี้ชิงจะต้องรู้แน่แต่ก็ดีกว่าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง







ดูท่าไม่ดีแล้ว.... อี้ชิงเห็นลู่ฮันยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว เขารีบลุกยืนชโงกหน้าไปดูว่าด้วยความรนรานกลัวว่าคริสทำอะไรกับเพื่อนของเขา แต่เพราะตัวลู่ฮันสูงมากเลยทำให้มองจากด้านหลังไม่เห็น แต่ถ้าให้อี้ชิงเดาก็คงมีอาวุธอยู่แค่ไม่กี่อย่างที่จะทำให้คนเลือกที่จะยอมแพ้มากกว่าสู้


“มึงจะเอายังไงเลย์ มึงจะให้กูแทงมันให้ตายก่อนใช่ไหมมึงถึงจะไปกับกู”


ไม่ต้องมองเห็นก็เข้าใจได้.... หัวใจดวงน้อยหล่นวูบลงไปที่ปลายเท้ามันไม่ต่างจากที่อิ้ชิงคิดเอาไว้เลย ถ้าไม่เป็นปืนก็คงเป็นมีดมันก็มีแค่สองอย่างนั่นแหละ เขารู้สึกว่าแข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะไม่มีแรงยืน เขารู้ดีว่าคริสจะทำจริงๆแน่ถ้าตัวเขาเองไม่ยอมออกไป อี้ชิงตัดสินใจคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลังรีบสาวเท้าเข้าไปหาเพื่อนสนิทตัวเองทันที

สิ่งที่เขากำลังเห็นทำเอาน้ำตาไหลล้นมาที่ขอบตาอย่างอัตโนมัติก่อนจะร่วงเผาะลงพื้น ลู่ฮันโดนปลายมีดกดเข้าไปในชุดนักศึกษาจนเลือดสีแดงไหลเปรอะเสื้อสีขาวเป็นวงๆทั้งใบหน้าเหยเกจากความเจ็บปวดที่ได้รับ



“พอแล้วคริส.. ฮึก เลย์ไปก็ได้ อึก อย่าทำลู่ฮัน” มือเรียวเอื้อมไปคว้าข้อมือแฟนหนุ่มหวังจะให้คริสถอนปลายมีดออกแต่มันช้าไปเมื่อคริสโถมตัวแทงมีดเข้าใส่ลู่ฮันสุดแรงจนเพื่อนตัวสูงร้องอ้ากเสียงดังลั่นก่อนจะงอตัวเป็นกุ้งแล้วล้มหงายลงไปนอนกุมด้ามมีดที่พื้น


“คริสทำอะไร!” สองมือยกขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ หัวใจในอกเต้นรัวและบีบแน่นจนหายใจไม่ออก อี้ชิงไม่เคยเห็นใครถูกแทงต่อหน้าต่อตาแถมยังเป็นเพื่อนสนิทอีกด้วย ร่างกายของเขาทรุดลงกับพื้นแทบสิ้นสติในหัวมันเบลอไปทำอะไรไม่ถูก เสียงร้องโอดโอยของลู่ฮันยังดังอยู่แว่วๆในหัว แต่เขาไม่มีแรงพอจะลุกขึ้นช่วย


“นี่สำหรับที่มึงเสือกไม่เข้าเรื่อง” คริสว่าด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมก่อนจะย่อตัวลงยกร่างของจาง อี้ชิงที่นั่งตัวอ่อนอยู่ที่พื้นขึ้นบ่าแบกเดินลัดเลาะไปตามหลังตึกเพื่อที่จะไปออกทางประตูหลังท่ามกลางเสียงกรีดร้องราวจะขาดใจของคนตัวบาง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาสนใจ เพราะสิ่งที่คริสต้องการตอนนี้เขาได้มันมาอยู่ในมือแล้ว ใครจะอยู่จะตายก็ชั่ง ถ้ามันคนนั้นไม่ใช่ จาง อี้ชิงก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ

.
 


.
 
.



“ปล่อย!!! ฮึก ไอ้บ้า!! สารเลว!! ฮรื่อ! อั่ก!” จาง อี้ชิงถูกโยนเข้าไปในประตูรถคันหรูอย่างแรงจนหัวและแผ่นหลังกระแทกเข้ากับส่วนที่เป็นกระปุกเกียร์ เขารู้สึกจุกอกจนไอสำรักออกมา พอตั้งตัวได้ก็รีบลุกขึ้นเปิดประตูรถแต่ประตูมันถูกล๊อคเรียบร้อยแล้ว ประตูอีกฝั่งนึงคริสก็กำลังจะเดินเข้ามาไม่ต้องรอให้ถึงบ้านอี้ชิงก็รู้ชะตากรรมตัวเองว่าไม่มีสิทธิ์หนีอีกแล้ว... จะต้องโดนขังไปอีกกี่อาทิตย์กี่เดือนกว่าจะได้ออกมาเจอโลกภายนอกอีก


“คริส อึก ไปช่วยลู่ฮันก่อนเถอะ ฮรื่อ เลย์ขอร้อง ฮื่อ...นะ” ในที่ลับตาคนแบบนั้นจะมีคนไปเจอหรือยังก็ไม่รู้ ถ้าไม่มีคนไปช่วยลู่ฮันอาจจะไม่รอด เพราะเขาเองที่เป็นต้นเหตุทำให้ลู่ฮันเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับคริสถ้าเพื่อนของเขาเป็นอะไรขึ้นมาอี้ชิงก็ไม่รู้จะโทษใครนอกจากตัวเอง


“มึงห่วงอะไรมันนักห้ะ! มึงอาลัยอะไรกับมันนักหนา! ” หลังจากที่ล๊อคประตูรถเสร็จ คริสก็หันมาเล่นงานคนตัวเล็กที่เอาแต่พร่ำพรรณาถึงไอ้สัตว์ลู่ฮันนั่นตลอดทาง ทั้งๆที่เขาอุตส่าไปตามไปง้อกลับมาแต่อี้ชิงก็เอาแต่ทำท่าว่าจะหนีลูกเดียว มันทำให้คริสรู้สึกว่าเขาเป็นตัวน่ารังเกียจและไม่เป็นที่ต้องการ


“ฮรึก..ป...ปล่อย...ฮรื่อ...” อี้ชิงยกมือขึ้นจับข้อมือแกร่งที่บีบสันกรามของเขาไว้แน่นหวังให้อีกฝ่ายผ่อนแรงลงแต่มันกลับรุนแรงมากขึ้น คริสกำลังเหมือนกับคนบ้าเข้าไปทุกที แรงอัดกระแทกเข้าที่ใบหน้าทำเอารู้สึกเจ็บจุกจนน้ำตาล่วง คนใจร้ายซัดหมัดหลุนๆกระแทกจมูกของเขาเต็มแรงก่อนจะตะคอกเสียงดังลั่นรถ


“มึงทำตัวมึงเอง! ถ้ามึงไม่หนีกูมันก็ไม่เจ็บแบบนี้! ถ้ามึงยังพูดถึงมันกูจะลงไปยิงแม่งอีกทีให้ตายเดี๋ยวนี้แหละ!!” คริสผลักหัวคนตัวเล็กจนกระแทกกับกระจกเต็มแรง ก่อนจะติดเครื่องสตาร์ทรถเหยียบคันเร่งมิดพื้นจนรถกระชากตัวอย่างแรงทำให้ใบหน้าของผู้โดยสารที่ยังไม่ทันตั้งตัวโขกกระแทกกับคอนโซลหน้ารถ

จาง อี้ชิงซบหน้าลงกับคอนโซลรถร้องไห้ออกมาเสียงดัง เขายกมือขึ้นจับจมูกที่ปวดจนรู้สึกทรมานใช้หลังมือเช็ดทั้งน้ำตาและเลือดกำเดาให้ออกไปจากใบหน้า แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเลอะเข้าไปใหญ่เพราะของเหลวทั้งสองอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลเลยสักนิด เป็นห่วงเพื่อนสนิทสุดใจแต่ตัวเองตอนนี้ยังเอาไม่รอดถ้าไปถึงบ้านก็ไม่รู้จะโดนอะไรอีกบ้าง เผลอๆอาจจะตายไปก่อนลู่ฮันด้วยซ้ำ


“ฮึก ทำไม... ทำไมทำแบบนี้ อึก...ฮรื่อ....” ถามไปด้วยน้ำเสียงสอึกสอื้น อี้ชิงรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งจิตใจและร่างกายหัวสมองเต้นตุ้บๆจนได้ยินเสียงในกระโหลก เลือดที่จมูกก็ยังไม่ทันได้หยุดไหลแผลฝกช้ำรอยเก่าก็ถูกซ้ำเติมเข้าไปอีก เขาอยากจะสลบมันซะตอนนี้พอกลับไปถึงบ้านจะได้ไม่ต้องรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง แค่นี้ก็ทรมานเกินพอc]h;


“มึงผิดเองเลย์ กูเตือนมึงแล้ว มึงไม่ฟังกู....”

ข้อความขู่ที่ได้รับตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า ณ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่คำขู่อีกแล้ว มันเกิดขึ้นกับเขาและลู่ฮันทั้งยังสาหัสพอกันจนไม่รู้ว่าใครควรจะช่วยใครดี ถ้าเลือกได้อี้ชิงก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ ไม่อยากจะรักคริส ไม่อยากจะรักคนที่ทำร้ายตัวเอง ตอนนี้ก็ทำได้แค่ภาวนาให้คริสหายโกรธไวๆเผื่อว่าเขาอาจจะมีชีวิตรอดไปช่วยลู่ฮัน...










 
+






 




ตุ้บ!



“มึงพูดเลย์ มึงบอกกูว่ามึงจะไม่ทำแบบนี้อีก!


คริสโยนร่างที่แบกขึ้นมาจากโรงรถลงบนเตียงพร้อมกับตามไปคร่อมทับใช้มือขยุ้มคอเสื้อคนตัวเล็กไว้แน่นยกฝ่ามือตบฉาดเข้าที่ใบหน้าสวยที่สุดจะถนุถนอมอย่างแรง อี้ชิงหน้าสบัดไปตามแรงตบฟันกระแทกขบกระพุ้งแก้มจนเลือดไหลเต็มปาก คริสใช้กำปั้นที่ขยุ้มคอเสื้อกดคอหอยของเขาจนแทบจะหายใจไม่ออก


“อึก...เลย์ ขอโทษ...ฮรึก...เลย์จะไม่หนีอีกแล้ว...ฮรื่อ...แค่ก” ตอนนี้อี้ชิงสำลักทั้งเลือดทั้งน้ำตาและน้ำมูกเต็มไปหมด ดวงตาพร่าเลือนเพราะเพราะม่านน้ำตาบดบังจนแทบมองไม่เห็นภาพคนตรงหน้า เขารู้แค่ว่าคริสกำลังโกรธมากเหลือเกิน


“ทำไมเลย์ กูรักมึงมากขนาดหามาให้ได้ทุกอย่างทำไมมึงยังคิดจะทิ้งกู ห้ะ! มึงตอบ! พูดมา!” คริสอัดกำปั้นกดที่ลูกกระเดือกจนคนด้านล่างดิ้นทุรนทุราย ยกมือขึ้นจับข้อมือใหญ่หวังจะดึงมันออกเพราะตอนนี้คนตัวเล็กเริ่มจะหมดอากาสหายใจลงไปทุกที แถมความเจ็บปวดตามร่างกายยังรุมเร้าจนแทบจะฝืนกายเอาไว้ไม่ไหว


“สัญญา...ฮึก...เลย์จะ...อึก...แค่กๆ....ไม่ทำ...ฮรื่อ...ไม่ทำอีกแล้ว..แค่กๆ” ดวงตาเริ่มปรือและสมองพร่าเบลอเต็มที หูข้างซ้ายอื้อสนิทเพราะโดนตบเข้าที่บ้องหูสุดกำลัง มันทรมานยิ่งกว่าความตายเสียอีก อี้ชิงรู้สึกว่าร่างกายตัวเองเริ่มจะไม่ไหวลงไปทุกที เขาได้ยินเสียงคริสพูดอะไรสักอย่างที่ฟังดูลางเลือนก่อนที่ดวงตาจะมึดบอดและสติดับวูบไปโดยที่ยังไม่ได้แม้แต่อธิบาย...
































“สัญญาแล้วนะ...คนดีสัญญาแล้วนะ....”


เป็นเวลากว่าหลายสิบชั่วโมงที่คริสเอาแต่พูดประโยคซ้ำๆเดิมๆอย่างเลื่อนลอยพร้อมกับพรมจูบไปทั่วใบหน้าสวยหวานที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ใบหน้าของคนที่รักแสนรัก รักมากจนไม่สามารถเปรียบเทียบความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ เมื่อคืนที่พวกเขาเทลาะกันเลย์หนีออกไปจากบ้านกลางดึกทั้งๆที่คริสตั้งใจจะขอโทษ พอไม่ถึงชั่วโมงก็โทรมาบอกเลิกแล้วก็ตัดสายไปไม่ยอมรับโทรศัพท์ พอรับแล้วก็ไม่พูดปล่อยให้เขาร้องไห้อยู่ฝ่ายเดียวเป็นคนน่าสมเพช อี้ชิงไม่พูดอะไรไม่ตอบข้อความปิดเครื่องหนีมันทำให้คริสรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นบ้าเข้าไปทุกทีจนต้องขับรถไปเฝ้าที่หน้าบ้าน ทั้งตะโกนเรียกก็แล้วตะโกนข่มขู่ก็แล้วแต่ก็ยังไม่มีใครออกมา

คริสรู้สึกว่าเขากำลังจะโดนทิ้ง ไม่เป็นที่ต้องการ เป็นบุคคลอันตรายที่อี้ชิงไม่อยากจะเข้าใกล้ แน่นอนว่าเขาไม่ต้องการแบบนั้น คริสยอมเสียทุกอย่างเพื่อที่จะรั้งคนรักเอาไว้ให้ถึงที่สุด เขาตามใจอี้ชิงมาตลอดตอนที่คบกัน เฝ้ารัก ภักดี และซื่อสัตย์ไม่เคยคิดมีใคร แต่หลายครั้งที่รู้สึกหึงหวงจนเลือดขึ้นหน้าแล้วก็ลงมือทำร้ายคนตัวเล็กอย่างบ้าคลั่งเพราะแค่ความรู้สึกที่ว่ากลัวจะโดนทิ้ง


ตั้งแต่เกิดมานอกจากลุงที่คอยเลี้ยงดูแม่กับยายและคนอื่นๆก็ทิ้งเขาไปอยู่ต่างประเทศกับพี่ชายจนหมด ไม่เคยมีใครรักผู้ชายที่ชื่ออี้ฟาน คริสเกลียดการไม่เป็นที่ยอมรับ เกลียดการไม่เป็นที่ต้องการ เขาไม่ชอบความรู้สึกที่เหมือนกับว่าถูกทิ้งไว้คนเดียวอาจจะเพราะด้วยความรังเกียจหรืออะไรก็ตาม คริสไม่มีญาติที่ไหน ไม่มีใครในครอบครัวสนใจจะนับเขาเป็นญาติ ลุงก็ติดเมียใหม่จนลืมไปแล้วว่ามีหลานอยู่ด้วย พอพ่อได้เป็นนักการเมืองก็เลี้ยงเขาแบบทิ้งๆขว้างๆ เพื่อนที่มีก็คอยจ้องแต่จะเอาเปรียบ



คริสไม่เคยมีใคร.... ไม่เคยรักใครเท่า จาง อี้ชิง และเขาไม่ต้องการจะเสียดวงใจไปไม่ว่าจะต้องยื้อมันไว้ด้วยวิธีไดก็ตาม...




คริสทนไม่ได้ที่ต้องอยู่คนเดียว เขาหวาดกลัวและฟุ้งซ่านไปต่างๆนาๆกลัวว่าอี้ชิงจะมีคนใหม่ กลัวว่าอี้ชิงจะเอาเขาไปล้อเลียนเยาะเย้ยกับเพื่อนๆว่าเขาไม่มีอะไรดี กลัวว่าจะมีใครมาแย่งคนรัก กลัวจะถูกทิ้ง กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว กลัวว่าจะไม่เป็นคนสำคัญ กลัวไปหมดทุกอย่าง และความหวาดกลัวเหล่านี้บีบคั้นออกมาเป็นความรุนแรงและการกักขังหน่วงเหนี่ยว

คริสไม่อยากหาข้ออ้างให้ตัวเองที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพราะรัก... รักมากจนไม่สามารถทำใจได้หากต้องจากกันแม้เพียงชั่วข้ามคืน  คริสรู้ตัวดีว่านอกจากหน้าตาและเงินทองตัวเขาก็ไม่มีอะไรดึงดูดเลย เพราะแบบนั้นถึงได้ระแวงว่าอี้ชิงจะเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นแล้วปฏิเสธเขา ทั้งคนอารมณ์ดีอย่างชานยอล คนเรียนเก่งแบบลู่ฮันหรือคนที่ขยันแบบเทา

ถ้าได้คุยโทรศัพท์หรือส่งข้อความหากันสักครั้งนึงมันอาจจะทำให้อี้ชิงหวั่นไหวและไม่มั่นคงเหมือนเก่า....คริสถึงได้พยายามจะกักขังอี้ชิงให้อยู่แต่ในโลกที่มีแค่เขาเพียงคนเดียว ไม่ต้องเจอหน้าใคร ไม่ต้องติดต่อกับใคร...แค่นี้มันก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจ....




“อื้อ....” เสียงครางอื้อในลำคอพร้อมกับแรงขยับเล็กน้อยทำให้คริสคลายอ้อมกอดออกเพื่ออีกฝ่ายจะได้ขยับตัวสะดวกยิ่งขึ้น ดวงตาเรียวรีปรือขึ้นช้าๆก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเผื่อปรับการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น คริสยิ้มออกมาน้อยๆก่อนจะก้มลงจูบมุมที่แตกช้ำจนคนตัวเล็กเบ้หน้า



“ตื่นแล้วหรอ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับยกมือขึ้นจับปอยผมเล็กๆไปทัดที่ใบหู อี้ชิงลืมตาเหม่อก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วพลิกตัวหนีไปอีกด้าน คริสรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบ่วงรัดจนแน่น เขารู้สึกหนักอึ้งที่ถูกปฏิเสธ ขอบตาร้อนผ่าวก่อนที่น้ำตาจะไหลดิ่งลงบนปลอกหมอน



“คริสขอโทษ อย่าหันหน้าหนีแบบนี้นะ”

ใบหน้าเรียวยาวขยับจากหมอนมาอิงซบลงบนต้นขอขาวของคนในอ้อมกอด อี้ชิงรู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นๆที่ต้นคอและแรงสั่นสอื้นที่แผ่นหลัง คริสกำลังร้องไห้.... ร้องไห้เหมือนทุกครั้งที่เป็นหลังเทลาะกัน คริสเป็นแบบนี้ทุกครั้งและไม่ใช่แค่คนตัวสูงที่รู้สึกทรมานใจ อี้ชิงเองก็พาลจะร้องไห้ไปด้วย
เมื่อปีศาจร้ายหายไปตอนนี้ก็เหลือแต่คริสที่อ่อนแอจนน่าสงสาร อี้ชิงทำใจให้โกรธคริสไม่ได้ เขาไม่สามารถเกลียดผู้ชายที่รักเขามากกว่าใครๆได้ แต่ก็ยอมทนให้ใครต่อใครมาทำร้ายร่างกายของเขาตลอดไปไม่ได้...



“อึก...คริสแค่กลัว กลัวว่าเลย์จะไม่รักคริส ฮึก คริสขอโทษนะ...”


“พอแล้ว! ฮึก...” จาง อี้ชิงกลั้นสอื้นจนจุกไปทั้งอก เขาเกลียดคำขอโทษของคริส เกลียดคำขอโทษที่ถูกเอ่ยออกมาหลังจากที่ลงมือไปแล้วและไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ตอนนี้ลู่ฮันจะเป็นจะตายก็ไม่รู้ ถ้าเพื่อนของเขาเป็นอะไรไปคำขอโทษที่เป็นเพียงแค่ลมปากก็ไม่มีความหมายอยู่ดี เพราะคริสไม่เคยใส่ใจจะแก้ไขความผิดตัวเอง


“อย่าตะคอกได้ไหม...อึก ... คริสเจ็บ.... อ่ะ...อึก”
ไม่อยากให้คนอื่นขึ้นเสียงใส่ แต่กับคนรักตบเอาๆอย่างกับจะฆ่าให้ตาย เสียงสั่นสอื้นและน้ำอุ่นๆที่ต้นคอทำให้อี้ชิงรู้ว่าคนตัวสูงที่กอดเขากำลังร้องไห้หนัก สงสารคริส....สงสารตัวเอง....


ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงให้เราสองคนมีความสุขโดยที่ไม่ต้องมีใครเจ็บตัวเจ็บใจ เพราะแค่นี่มันก็มากพอแล้ว

“ฮึก...ถ้าลู่ฮันเป็นอะไรไปจะว่ายังไง!....ฮรื่อ” มือเรียวถูกยกขึ้นปิดปากกลั้นน้ำเสียงที่สั่นจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง แรงกอดกระชับที่ช่วงเอวแน่นขึ้นไปอีกก่อนที่น้ำเสียงอันสั่นเครือเบาๆที่ข้างกกหู


“ทำไมเลย์ไม่สนใจคริส.... คริสก็เจ็บเหมือนกัน.... ทำไมไม่สนใจ...ฮึก”


“ก็ไปตายแบบลู่ฮันสิ!! ฮรื่อ...! ทำไมคริสเห็นแก่ตัวแบบนี้...ฮรื่อ...ฮึก....” อี้ชิงรับไม่ได้กับพูดที่ฟังดูเห็นแก่ตัวของคนรัก ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นอะไรแท้ๆแต่ยังมีหน้ามาพูดจาเหมือนตัวเองเจ็บหนักและเรียกร้องความสนใจไม่หยุดหย่อน เขาอยากจะโทรไปหาลู่ฮันแต่ถ้าโทรไปตอนนี้คริสจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่เขาคงจะตายก่อนที่จะได้มีหน้าไปเยี่ยมเพื่อนเสียอีก


“อยากให้คริสตายหรอ....ถ้าคริสตายเลย์จะสนใจคริสจริงๆหรอ”


“ฮึก...พอได้แล้ว...ฮรื่อ...คริสหยุดพูดได้แล้ว...ฮรื่อ....” อี้ชิงไม่อยากจะพูดอะไรอีก เขากลัวว่าคริสจะทำตามคำประชดของเขาจริงๆ เพราะคริสเองก็เคยทำมาแล้ว เพียงแค่เขาเอ่ยปากว่ารำคาญจะไปตายที่ไหนก็ไปคริสก็ขับรถพุ่งชนเสาไฟฟ้าจนเจ็บสาหัส แน่นอนว่ามันไม่ใช่วิธีของคนปกติแต่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาคริสทำได้ทุกอย่าง


“งั้นอยู่กับคริสนะ...”

คำขอร้องที่ฟังดูเอาแต่ใจทำให้อี้ชิงรู้สึกมึดไปหมดทุกทิศทาง ที่จริงมันไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็นประโยคบอกเล่ามากกว่าเพราะเขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธมันอยู่แล้ว อี้ชี้ชิงเอื้อมมือไปหันนาฬิกาดิจิตอลที่ตั้งอยู่ใกล้โคมไฟมาดู มันบอกเวลาเที่ยงคืนสิบห้านาที ไม่คิดว่าตัวเองจะสลบไปนานขนาดนี้


เขายันตัวให้ลุกขึ้นนั่งกะว่าจะลงไปเข้าห้องน้ำ อี้ชิงรู้สึกหน่วงๆที่ข้อเท้าแปลกๆ เขาสบัดผ้าห่มเลิกขึ้นอย่างแรงก่อนจะเห็นโซ่เส้นใหญ่ที่ล่ามติดกับกำไลข้อเท้าที่ถูกสวมไว้พร้อมกับกุญแจล๊อค


“ค...คริส หมายความว่ายังไง!” อี้ชิงหดเท้าเข้ามาใกล้ตัวจับข้อเท้าแสตนเลสวาววับเขย่าไปมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาที่ไม่ทันจะได้เหือดแห้งไหลออกมาทับซ้ำรอยเดิม เขามองตามโซ่ไปถึงต้นตอที่เป็นท่อนเหล็กแสตนเลสยึดติดกับผนังทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเห็นมันเลย ปกติมันจะเป็นที่วางกล่องอะไรสักอย่างที่พิงไว้กับผนัง


บางทีคริสอาจจะเตรียมการเรื่องนี้มานานแล้ว....แต่ไม่เคยบอกเขาเพราะกลัวว่าเขาจะหนีไปก่อนจะได้ลงมือ...



“ไหนบอกจะอยู่กับคริสไง แค่ใส่ไว้เอง” คำพูดเนิบนาบเหมือนไม่รู้สึกอะไรทำเอาจาง อี้ชิงรู้สึกคลื่นไส้ เขาไม่ต้องการแบบนี้ อี้ชิงพร้อมที่จะผูกมัดกับคริสด้วยความรักและจิตใจถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดแต่ไม่ใช่การผูกมัดที่ถูกล่ามเอาไว้ด้วยโซ่แสตนเลส


“ฮึก...เมื่อไหร่ คริสทำเรื่องนี้เมื่อไหร่...ฮรื่อ...” มันไม่ง่ายแน่ที่อยู่ๆจะหาโซ่หาแท่นยึดมาได้ง่ายๆ คริสคงจะเตรียมเอาไว้ขังเขาให้อยู่ที่นี่ไปตลอดไปด้วยโซ่เหล็กนี่ แค่รอให้มีโอกาสได้ทำเหมือนอย่างตอนนี้


“ตั้งนานแล้ว คริสอยากให้เลย์อยู่ที่นี่กับคริส อยู่ด้วยกันแค่สองคน....”
คำสารภาพเที่เห็นแก่ตัวทำให้อี้ชิงจุกไปทั้งอก อิสระภาพของเขา เพื่อน...ชีวิต...พ่อแม่...ทุกอย่างกำลังจะหายไปอย่างนั้นหรือ มหาลัยและเพื่อนๆที่คณะ พวกเขาจะรู้หรือป่าวว่าอี้ชิงคนนี้หายตัวไป จะออกตามหาเขาใช่ไหม
แต่ยังไงอี้ชิงก็ไม่ยอมอยู่ที่นี่หรอก



จาง อี้ชิงลุกยืนขึ้นหันหน้าเข้าหาเตียง มือบางล้วงเข้าไปในกางเกงนักศึกษาหยิบเอามีดคัตเตอร์ที่พกไว้ป้องกันตัวออกมาไถใบมีดออกมาจนสุดชี้ไปที่ใบหน้าของคนใจร้ายที่นั่งอยู่บนเตียง เขากำมันแน่นเผื่อว่าคริสจะแย่งมีดไป ก่อนจะพูดช้าๆพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ


“เอากุญแจมาคริส ส่งกุญแจให้เลย์ ไม่งั้นอย่าคิดว่าเลย์จะไม่กล้าทำนะ” ชีวิตที่ไร้อิสระภาพย่อมไม่ใช่ชีวิต อี้ชิงยอมให้คริสโกรธและฆ่าเขาให้ตายดีกว่าติดอยู่ที่นี่ตลอดไป คนตัวสูงมองหน้าเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกก่อนจะยืนขึ้นช้าๆและเดินเข้าหาใบมีดเองแต่อี้ชิงไม่ถอย เพราะถ้าถอยคริสรู้ว่าเขาไม่กล้าทำ

คนตัวสูงยืนค้ำตัวอยู่ตรงหน้า แววตาของคริสดูเจ็บปวดและผิดหวัง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกอบกุมมือบางที่กำมีดคัตเตอร์เอาไว้แน่นก่อนจะขยับให้ใบมีดกดลงบนผิวแก้มแล้วออกแรงกรีดปลายมีดลงบนผิวหนังด้วยตัวเอง


“คริสอย่า! ปล่อย!” อี้ชิงอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เขาพยายามยื้อมือออกแต่คนตัวสูงกับออกแรงกดมันมากขึ้นจนกระทั่งเลือดหลั่งออกมาเป็นทางยาวพร้อมกับรอยกรีดลึกบนใบหน้าก่อนที่คริสจะปล่อยมือเขาออก

“อยากจะไปจากคริสจริงๆหรอ...”


“ทำบ้าอะไร ฮึก! ทำไมทำแบบนี้!” อี้ชิงยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้สอื้นจนตัวโยน นอกจากทำร้ายคนอื่นแล้วคริสก็ยังทำร้ายตัวเองอย่างไม่เกรงกลัวความบาดเจ็บ เขาเงยหน้าหน้าขึ้นก่อนยกมือใช้นิ้วโป้งปาดเลือดที่ไหลย้อยลงมาจนถึงคางด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่มากพอๆกัน


“พูดสิเลย์ คริสถามว่าอยากจะไปจากคริสจริงๆหรอ” คนตัวสูงยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตทีละเม็ดก่อนจะถอดมันออก คำถามที่มาพร้อมกับแววตาผิดหวังทำเอาอี้ชิงจุกที่ลำคอไปหมด เขาพูดไม่ออก ไม่อยากทำร้ายคนรัก ไม่อยากทำร้ายคริส...


“ฮึก... เราเลิกคุยกันเถอะคริส....”


“คริสรักเลย์มาก... ถ้าเลย์อยากจะไปคริสก็ให้ได้ แต่คริสคงอยู่ไม่ได้” มือใหญ่ยกขึ้นเชยคางคนตัวเล็กให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา ก่อนที่มืออีกข้างจะเลื่อนไปจับยกมือบางที่ถือมีดคัตเตอร์เอาไว้ขึ้นมาอยู่ในระดับอก

อี้ชิงละสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าเลื่อนลงมาที่แผ่นอกหนา เขาเห็นรอยแผลเป็นที่เป็นเหมือนรอยเย็บผ่าตัดที่อกด้านซ้ายของคริสเป็นรอยเย็บสั้นๆที่ไม่ยาวนัก


“คริส... จะทำอะไร...”


“เอาเลย... ถ้าอยากได้คริสก็จะให้.... กุญแจอยู่ในนี้.... กรีดเอามันออกมา พร้อมกับหัวใจของคริส...” คนตัวสูงกระชับมือบางแน่นแล้วกดปลายมีดลงที่อกตัวเองเหลือแค่รอให้คนตัวเล็กตรงหน้ากรีดมันลงไปให้ลึกพอเท่านั้น กุญแจอยู่ใต้กระดูซี่โครงไม่ไกลจากหัวใจ แต่ถ้าจะปล่อยให้อี้ชิงจากไปก็สู้ควักหัวใจของเขาออกมาด้วยเลยดีกว่า


“คริสทำอะไรกับตัวเอง! ทำแบบนี้ทำไม! คริสทำทำไม! ฮรื่อ!” กระชากมืออย่างแรงจนมีดคัตเตอร์กระเด็นตกลงพื้น อี้ชิงรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นบ้าเข้าไปทุกทีที่เจอเรื่องราวสุดช๊อคติดกันหลายๆเรื่อง ทั้งเพื่อนโดนแทง ตัวเองถูกกักขัง และแฟนหนุ่มผ่าตัดฝังกุญแจโซ่ไว้ในร่างกายใกล้กับหัวใจ...


“คริสรู้ว่าคริสไม่ดี แต่คริสทำใจไม่ได้ ถ้าอยากจะหนีไปก็ต้องทำนะ”


“ฮึก...ไม่ ฉันจะรอให้คนมาช่วย...ฮรื่อ”


“ที่นี่ไม่ใช่บ้านหรอกเลย์....ดูไม่ออกหรอ....ฉันแค่จัดให้มันเหมือนห้องนอนเรา ฉันไม่ยอมให้ใครมาแย่งของๆฉันหรอก”


“ไม่...ฮึก...เลย์ไม่ทำ คริสอย่าทำแบบนี้......ฮรื่อ! เลย์ขอโทษ!” อี้ชิงโถมตัวกอดคนตรงหน้าเต็มแรง เขาทำไม่ได้ ฆ่าคริสไม่ได้ หรือต่อให้มีกุญแจอยู่ในกำมือก็ทิ้งคริสไม่ได้ คริสที่เปราะบาง อ่อนแอ และตัวคนเดียว อี้ชิงปล่อยให้คริสเพชิญกับความเจ็บปวดคนเดียวไม่ได้


“งั้นอยู่กับฉันที่นี่ตลอดไปนะ” แขนแกร่งยกขึ้นโอบล้อมเอวบางซบใบหน้าลงบนราดไหล่ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างไม่อายใคร อยู่ที่นี่ ไม่มีใครมาแย่งคนรักของเขาไปได้ หรือถ้าคนตัวเล็กอยากจะหนีไป คริสก็คงจะไม่ตื่นมารับรู้ความเจ็บปวดอีกตลอดกาล.....










-END-










1 ความคิดเห็น:

  1. ชอบฟิคแนวนี้อ่ะไรต์ เฮียคริสยันเดเระมากกกกก ชอบๆ อยากอ่านแนวนี้อีกกกกก แต่งอีกนะคะ จะติดตาม
    ปล.เริ่มสงสัยว่าตัวเองโรคจิตล่ะ

    ตอบลบ