วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

[SF] สะใภ้ - ฉากเริ่ม -











บรรยากาศอึมครึมภายใต้การสนทนาที่กดดัน รังสีความเครียดแผร่กระจายไปรอบห้องท่ามกลางเสียงสนทนาที่ดังขึ้นเป็นระยะ มันช่างน่าชวนให้เวียนหัวเสียเหลือเกินที่แม้แต่วันดูตัวก็ยังได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้ จาง อี้ชิงตีหน้าหงอยนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นในขณะที่ผู้เป็นแม่ละพ่อนั่งบนเก้าอี้ตัวยาวที่ทำจากไม้สักกำลังเจรจาเรื่องการแต่งงานที่เป็นเงื่อนไขระหว่างบริษัทอู๋และธุรกิจเล็กของบ้านจาง


เมื่อปีก่อนตระกูลจางเคยไปกู้เงินบริษัทนายทุนอู๋มาเปิดกิจการเล็กๆในครอบครัวหวังให้เป็นสมบัติในตระกูลสืบต่อไป แต่พอทำเข้าจริงๆก็โดนขูดรีดโดนเก็บดอกเบี้ยอยากหนักจากนายทุนเงินกู้ โดนกลั่นแกล้งจนหนี้สินพันรอบตัวสุดท้ายก็เป็นกิจการล้มละลายต้องปล่อยให้บริษัทนายทุนฮุบเอากิจการไปทำต่อจนใหญ่โต


ทั้งๆที่มีคนเคยเตือนแล้วว่าบริษัทอู๋ไม่ได้ปล่อยแค่เงินกู้แต่มันหวังกลั่นแกล้งอาธุรกิจไปครอบครองจนทุกวันนี้มีสารพัดธุรกิจในเครืออู๋ที่ไปโกงไปทุจริจเขามา แต่พ่อก็ไม่เคยฟังเพราะไม่คิดว่ามันจะทำทุกวิถีทางเพื่อได้ธุรกิจไปครอบครองแบบนี้ จะฟ้องก็มีแต่จะแพ้คดีเพราะเบื้องหลังการโกงกินก็มีทนายคอยให้คำปรึกษาปิดช่องโหว่ไม่ให้คนโง่ๆที่หวังจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้มาแว้งกัดเอาทีหลัง



อี้ชิงเกลียดคนแบบนี้ที่สุด...เกลียดจนอยากจะฆ่าตัวตายเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องแต่งงานกับ อู๋ อี้ฟานทายาทเลือดชั่วของนายทุนอู๋เพื่อให้พ่อได้สานต่อธุรกิจที่ถือเป็นค่าสินสอด แต่นอกจากนั้นเงินแม้แต่สตางค์เดียวเขาก็ไม่ได้แตะ ครอบครัวอู๋เป็นตระกูลที่นิสัยไม่ปกติสักคน... ตั้งแต่แม่ยาย ยายของแม่....เป็นทั้งก๊กเหล่า


“จัดพิธีจันท์นี้ อั๊วมีงานต้องทำเยอะแยะไม่มีเวลามารอพวกลื๊อหาฤกษ์หาชัย” เสียงแหลมแปร๊ดของหลางอี้ดังไปทั่วห้องถือเป็นประกาศิตเด็ดขาดสำหรับทุกฝ่าย อี้ชิงทำได้แค่ก้มหน้านิ่งรองรับชะตากรรมที่เกิดอย่างไม่มีทางหลักเลี่ยง


“ขอบคุณหม่าม๊าอั๋วสัญญาว่าจะดูแลธุรกิจต่อตามตกลง!” เสียงอี้ฟานดังลั่นด้วยความดีใจพร้อมกับเอื้อมมือไปจับฝ่ามือเล็กๆที่วางอยู่บนหน้าตักคนข้างๆมากำไว้แน่น ภายในไม่ช้าไม่เร็วนี้เขากำลังจะได้แต่งงานสร้างครอบครัวกับคนที่แอบชอบสมใจ ถือเป็นความอุปการะของแม่ที่เห็นใจเขาและยอมมาขออี้ชิงให้แถมยังยกธุรกิจให้ดูแลเป็นของขวัญวันแต่งงานอีกด้วย


“ขอบคุณครับคุณหลางอี้” หยวนเจิงกล่วด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถึงจะไม่ต้องการเพียงใดแต่ก็ต้องจำใจกัดฟันกลั้นน้ำตาแบกรับความรู้สึกผิดและความรู้สึกเจ็บปวดของคนเป็นพ่อเอาไว้ภายใต้สีหน้านิ่งสนิท

ถ้าอี้ชิงไม่ยอมแต่งงานพวกเขาจะไม่เหลืออะไร แน่นอนว่าสมบัติที่มีค่าที่สุดไม่ใช่ธุรกิจหรือเงินทองแต่เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลจาง ต่อให้ต้องเสียอะไรแลกกับลูกก็ยอม แต่เมื่อได้เห็นความตั้งใจอย่างหนักแน่นของอี้ชิงว่าจะยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อยื้อธุรกิจไว้หยวนเจิงก็ปฏิเสธไม่ลงจนต้องยอมยกลูกชายให้แต่งงานกับอู๋ อี้ฟานตามที่อีกฝ่ายต้องการ
เขาได้แต่ภาวนาว่าอี้ฟานจะปกป้องลูกชายของเขาจากเหล่านางมารร้ายในตระกูลอู๋


“อาเหมยกลับ ส่วนลื๊ออี้ฟาน อั๊วให้เวลาถึงบ่ายสามแล้วไปทานข้าวกับอาหลวนด้วย” หลางอี้ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมเรียกลูกสาวคนรองให้ลุกขึ้นทันทีที่คุยธุระเสร็จราวกับว่ารังเกียจที่จะอยู่ที่นี่เต็มทน เธอหันไปพูดกับลูกชายที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นก่อนจะเดินสบัดก้นออกไปด้วยความไม่พอใจโดยมีสายตาเป็นห่วงของเหมยอิงยังคอยมองห่างๆ


“เห้อ....” ทันทีที่หล่อนเดินออกไปพ้นประตู จาง หลินอิงก็ถอนหายใจยาวพรืดด้วยความหนักอกก่อนจะใช้สองมือยกขึ้นประครองใบหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ที่พื้นแล้วดึงเอาตัวอี้ชิงมากอดไว้แน่น ส่งความรู้สึกมากมายผ่านสัมผัสอ้อมกอดโดยที่ไม่ปล่อยน้ำตาออกมาสักหยดสมเป็นหญิงแกร่งต้นแบบการเอาเยี่ยงอย่างของอี้ชิง


“หม่าม๊า” อี้ชิงอยากจะร้องไห้โฮถ้าไม่ติดว่ามีอี้ฟานนั่งอยู่ตรงนี้ เขากัดฟันแน่นปล่อยน้ำตาให้ไหลเงียบๆภายใต้อ้อมกอดของผู้เป็นแม่


มันทรมานใจเหลือเกินเกิดมาไม่เคยมีแฟนมีคนรักสักครั้งแต่ต้องมาแต่งงานในตำแหน่งเมียที่ญาติอีกฝ่ายไม่ยอมรับแบบนี้ แล้ว อี้ชิงก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรอีกบ้างถ้าต้องเข้าไปอยู่ในบ้านอู๋ที่มีแต่คนเกลียดขี้หน้า



“ยังไงซะแต่งไปเป็นภรรยาแล้วก็ต้องอดทนนะลูก ดูแลอาฟานให้ดีอย่าให้ใครเขาว่า ถ้าคิดถึงหม่าม๊าก็โทรมา วันแต่งงานคงไม่ได้คุยกัน” หลิงอิงถูกเลี้ยงดูมาแบบตระกูลผู้ดี เธอไม่ได้ร่ำรวยก็จริงอยู่แต่พ่อแม่เธอไม่เคยสอนให้แก้แค้นหรือเอาเปรียบใคร แล้วยิ่งลูกชายที่ได้แต่งงานแล้วหน้าที่ของอี้ชิงก็ไม่ใช่การฮุบเอาธุรกิจหรือแก้แค้นตระกูลอู๋ สิ่งที่อี้ชิงต้องทำคือทำหน้าที่ภรรยาให้สมบูรณ์คอยดูแลปรนนิบัติอี้ฟานอย่าให้คนบ้านนั้นเขาดูถูกเอาได้



“อี้สัญญาหม่าม๊า ฮึก...” ก่อนหน้าอี้ชิงก็ได้คุยกับแม่แล้ว แม่เขาไม่หวังว่าจะได้ธุรกิจคืนหรือต้องการให้เขาฮุบสมบัติมาเป็นของตระกูลจาง แต่แม่บอกให้เขาทำหน้าสะใภ้ที่ให้สมบูรณ์แบบทั้งดูแลอี้ฟานและคนอื่นๆในตระกูลอู๋อย่าให้ขาดตกบกพร่อง

แม้แต่กับคนที่ทำลายครอบครัวของเราแม่ก็ยังใจดียันวินาทีสุดท้าย อี้ชิงอยากจะเป็นแบบแม่เพราะอย่างนั้นเขาจะทำตามที่แม่บอกแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การแก้แค้นก็เลือกจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด



“หม่าม๊าครับ อั๊วสัญญาว่าจะดูแลเสี่ยวอี้ให้ดีเหมือนที่ม๊าและป๊าดูแล” อี้ฟานโค้งคำนับให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างไม่ถือตัวจนหัวติดพื้นกระเบื้องด้วยความจริงใจ
พอเห็นแบบนั้นหยวนเจิงก็เบาใจไปหลายเปราะเพราะอย่างน้อยลูกเขยในอนาคตตรงหน้าเขาก็รักอี้ชิงจริงๆอย่างไม่เสแสร้ง 

อี้ฟานไม่ร้ายกาจเหมือนกับแม่และคนอื่นๆในตระกูลเป็นคนดีและน่ารักมากคนหนึ่ง แต่หยวนเจิงก็ยังไม่มั่นใจว่าอี้ฟานจะปกป้องอี้ชิงจากคนร้ายกาจเหล่านั้นได้มากแค่ไหน ยิ่งเป็นลูกชายคนโตที่ถูกเลี้ยงดูแบบลูกแหง่แล้วภาวะผู้นำก็คงมีไม่มากพอ หรืออาจจะตามไม่ทันเล่ห์กลคนในบ้านเลยด้วยซ้ำ


“ม๊าฝากน้องด้วยนะ” หลินอิงยกมือขึ้นจับบ่าอี้ฟาน เพราะคนเดียวที่จะเชื่อใจได้ตอนนี้ก็มีแค่ลูกเขยตรงหน้าถึงจะไม่อยากไว้ใจก็ไม่มีทางเลือก เพราะมันเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแม้จะไม่ถูกต้อง


“ อั๊วมีเรือนหอไว้แล้วม๊าไม่ต้องกลัวว่าอาอี้จะได้ไปอยู่ในบ้านอู๋ อั๊วจะไม่ยอมให้ใครแกล้งเมียอั๊ว” อี้ฟานแสดงความคิดออกมาให้ผู้ใหญ่ทั้งสองได้รู้ว่าเขาเองก็ใส่ใจและเด็ดขาดเหมืนกัน ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าแม่ไม่ชอบแน่เรื่องแยกบ้านอยู่แต่ก็ยังกล้าทำเพราะเขาอยากจะแสดงภาวะการเป็นผู้นำให้อี้ชิงเห็น


“ขอบใจมากมากอาฟาน” หลินอิงยิ้มออกมาน้อยๆ พอเห็นแบบนี้ก็โล่งเข้าไปอีก แค่อี้ชิงไม่ได้เจอหลางอี้และคนอื่นๆในครอบครัวอู๋หลินอิงก็สบายใจมากแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนคอยกลั่นแกล้งลูกชาย


“อี้ชิง ลื๊อไปคุยกับเฮียเขาหน่อยไป ไปตกลงปรึกษากันให้รู้เรื่อง เดี๋ยวไม่กี่วันจะวันจันทร์แล้ว แล้วอย่าลืมที่ม๊าบอกด้วย” หลินอิงผลักลูกชายออกจากอกใช้สองมือบีบไหล่เล็กๆเป็นเชิงให้กำลังใจก่อนที่จะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องโถงพร้อมกับหยวนเจิงปล่อยให้คู่หมั้นทั้งสองคนได้คุยปรึกษากัน เพราะอีกไม่นานทั้งคู่ก็จะได้สมรสแล้ว จะปล่อยให้ทุกอย่างค้างๆคาๆก็ไม่ใช่เรื่อง
















หลินอิงกับหยวนเจิงเดินออกไปจากห้องโถง อี้ชิงได้แต่นั่งนิ่งส่งเสียงร้องไห้กระซิกเบาด้วยความทรมานใจ เขากำลังรู้สึกกลัวเหมือนต้องปล่อยหลักสำคัญที่มั่นคงที่สุดในชีวิตไป   


“ลื๊อไม่ดีใจหรออาอี้” อี้ฟานขยับตัวเข้าไปกอดร่างเล็กๆเอาไว้แน่น กดใบหน้าอีกฝ่ายลงกับลาดไหล่ปล่อยให้คนตัวเล็กร้องไห้ออกมาอย่างไม่ต้องเก็บกักน้ำตา เขาอยากจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ไว้ใจของอี้ชิงที่คนตัวเล็กอยากจะแสดงด้านอ่อนแอให้เห็น



“ฮึก อั๊วไม่อยากไปจากหม่าม๊า ฮรื่อ...เฮียย้ายมาอยู่บ้านอี้ไม่ได้หรอ...อึก” อี้ชิงกอดคนตัวสูงเอาไว้ จริงๆอี้ฟานไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่เขาไม่ชอบการถูกบังคับเลยทำให้พลอยไม่ชอบขี้หน้าคริสไปด้วย



ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่เต็มใจทำไมยังดันทุรังอยากจะแต่งงานด้วย ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นแค่เงื่อนไขของธุรกิจทำไมถึงยังหลอกตัวเองเหมือนกับเด็กๆที่อยากจะได้แต่สิ่งที่ตัวเองต้องการโดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น




“เดี๋ยวเราค่อยกลับมาเยี่ยมม๊าก็ได้ ไปอยู่กับเฮียนะ เฮียสัญญาว่าจะทำให้อี้มีความสุขที่สุดเลย” พูดไปก็เหมือนหลอกตัวเอง คริสรู้ดีอยู่แก่ใจและเขาเองเจ็บปวดไม่แพ้กันที่อีกฝ่ายไม่ได้รักเขาแถมยังเป็นความรู้สึกที่ติดลบอีกต่างหาก แต่ทว่าคริสก็ยังดันทุรังโดยให้โอกาสและความหวังกับตัวเองว่าสักวันนึงจะทำให้อี้ชิงมีความสุขให้ได้



“ฮึก...ฮรื่อ....” อี้ชิงกำมือขยุ้มเสื้อแน่น ไม่จำเป็นต้องพูดให้สวยหรูถ้าคำตอบมันแปลว่าไม่ได้ก็ทำร้ายจิตใจไม่ต่างกัน  ถึงคริสจะพูดจาดูอบอุ่นขนาดไหนแต่ก็ยังเอาแต่ใจไม่ต่างจากแม่ของเขา สันดานยังเป็นสันดานอยู่วันยังค่ำแค่เปลี่ยนรูปแบบการออกคำสั่งให้ดูนุ่มนวลลง


“ อย่าร้องไห้เลยนะ...เฮียใจจะขาดอยู่แล้ว....”


คริสไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง เขาไม่เคยดูแลใคร ไม่เคยเสียสละและเป็นผู้รับมาโดยตลอด เขารู้แต่ความต้องการของตัวเองว่าต้องการอะไรและส่วนใหญ่สิ่งที่ได้มามักผ่านการซื้อด้วยเงิน



คริสไม่อยากให้นี่เป็นอีกครั้งที่เขาใช้เงินหรืออำนาจซื้อใครแต่ก็ยังหาเหตุผลข้างๆคูๆมาให้ตัวเองว่าอยากช่วยครอบครัวอี้ชิงบ้างหละ อยากทำให้ชีวิตอี้ชิงดีขึ้นบ้างหละ ซึ่งจริงๆทั้งหมดแล้วเขาไม่เคยสนใจเลยว่าอีกฝ่ายนึงต้องการหรือป่าว เขาแค่อยากจะได้และทำเป็นทฤษฎีสมคบคิดเข้าข้างตัวเองไปเรื่อย ทั้งๆที่จริงๆแล้วก็เป็นเพียงแค่คนเห็นแก่ตัว....







"เฮียรักอี้นะ เฮียสัญญาว่าจะปกป้องอี้ชิง....."



































เสียงจ้อกแจ้กของแขกเหรื่อในงานเริ่มเบาลงหลังจากพิธีดื่มน้ำชาผ่านไป วันนี้ทั่วทั้งห้องรับรองตระกูลอู๋เต็มไปด้วยญาติผู้ใหญ่ฝั่งอู๋ทั้งสิ้น มีเพียงพ่อกับแม่ของอี้ชิงที่เป็นตระกูลจางเพราะญาติคนอื่นๆอยู่จีนหมดและไม่มีเงินมากพอจะหอบกันเดินทางมาได้ เมื่อเช้าอี้ชิงได้คุยกับแม่นิดหน่อยและกอดลาเป็นครั้งสุดท้ายโดยสัญญาว่าถ้าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยด้วยดีเขาจะกลับไปเยี่ยมหลังเสร็จงาน

วิธีดื่มน้ำชาไหว้พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายผ่านไปแล้ว ที่เหลือก็มีงานเลี้ยงนิดหน่อยแต่กำลังจะจบลงแล้ว ต่อไปก็เป็นพิธีเข้าหอที่อี้ฟานบอกว่าจะไม่นอนค้างที่นี่แต่จะเปลี่ยนชุดแล้วกลับไปที่เรือนหอที่เตรียมไว้แทน



อี้ชิงไม่ได้คิดมากหลังจบงานแต่งเขาแค่ภาวนาให้มันผ่านไปด้วยดีก็พอแล้ว คริสดูมีความสุขดียิ้มตลอดทั้งงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยผิดกับอี้ชิงที่ต้องฝืนยิ้มจนกรามจะค้าง ทนแบกรับสายตาดูถูกเหยียดหยามที่บาดไปทั้งจิตใจจนอาบเลือด รู้สึกเจ็บปวดเหมือนเป็นตัวน่ารังเกียจอะไรสักอย่าง เขาคิดว่าถ้าจัดที่ประเทศจีนมีหวังอี้ชิงคนนี้ได้โดนญาติคริสทั้งเหลาด่ากลางงานแต่งแน่




“เหนื่อยไหม เดี๋ยวอั๊วไปเอาน้ำมาให้” อี้ฟานเห็นสีหน้าเจ้าสาวประจำงานไม่สู้ดีเท่าไหร่จึงถามด้วยความเป็นห่วง อาจจะเพราะอยากทดแทนความรู้สึกแย่ๆที่อี้ชิงสียไปให้กับบรรดาญาติของเขาในวันนี้ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าทำไมแต่เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ เดี๋ยวอีกไม่นานงานก็จะจบแล้วพวกเขาจะได้ไปบ้านใหม่สักที



“นี่อาหมวย ลื้ออย่าคิดแม้แต่จะทรยศจะเอาสมบัติตระกูลอู๋แม้แต่แดงเดียวเชียวนะ ไม่งั้นลื๊ออย่าหาว่าอั๊วไม่เตือน” ไม่ทันที่อี้ชิงจะได้หันไปคุยกับคริส ก็มียายแก่ๆก็เดินเข้ามาจับไหล่คนตัวเล็กพร้อมกับบีบแน่นจนคนตัวเล็กต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด

ตลอดทั้งวันมานี้เขาได้ยินประโยคทำนองนี้ซ้ำๆกันจากเครือญาติของเจ้าบ่าวจนหูชาไปหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยมีใครกล้าทำขนาดเดินเข้ามาทำร้ายกันแบบนี้ ถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นตัวแม่ของตระกูลนิสัยเสียนี่


“อาม่าปล่อยเมียอั๊วได้แล้ว!” อี้ฟานดูไม่พอใจมาก เขาเดินเข้ามาปัดมือคนที่เรียกว่าอาม่าออกจากไหล่เจ้าสาวของตัวเอง พร้อมกับดึงคนตัวเล็กเข้าโอบไว้ ตลอดวันมานี้คริสเองก็อดทนมามากเหมือนกันที่ปล่อยให้ใครต่อใครดูถูกภรรยาด้วยสายตาและคำพูด แต่ไม่ใช่ว่าจะยอมให้ใครมาจับต้องทำร้ายได้



“เหอะ ไม่ทันไรจะหลงเมียซะแล้ว อั๊วเสียดายจริงๆที่อุตส่าเตรียมเงินทองไอ้ให้ลื๊อมากมายอาตี๋ ถ้าลื๊อยอมแต่งงานกับอาหลวนป่านนี้ลื้อจะได้มากกว่าธุรกิจบะหมี่โง่ๆของอีหมวยนี่อีก” คำพูดเจ็บแสบจากปากคนที่เป็นถึงแม่ของแม่ยายเหมือนน้ำกรดสาดรดใจอี้ชิง ในบ้านนี้จะไม่มีใครต้อนรับเขาในฐานะสะใภ้เลยหรือไง



“ไปเถอะม่า เดี๋ยวเฮียคริสเขาจัดการตัวเองได้” เหมยอิงเดินตามเข้าห้ามทับเธอเป็นน้องสาวของคริส เป็นคนเดียวที่ไม่คัดค้านการแต่งงานแต่ก็ไม่ได้สนับสนุน เรียกได้ว่าไม่ชอบหน้าอี้ชิงเหมือนกันแต่ก็ไม่รุกล้ำเรื่องส่วนตัว



“อย่าไปสนใจเลย ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว เดี๋ยวอั๊วให้คนไปเอารถ” คริสไม่อยากจะรอให้เลิกงาน นี่มันห้าโมงเย็นแล้วกว่าจะขับรถไปถึงบ้านใหม่อีกก็ค่ำพอดี แถมวันนี้อี้ชิงของเขาก็เหนื่อยและลำบากใจมาทั้งวัน เขาไม่อยากให้อี้ชิงทนไปมากกว่านี้เลยตัดสินใจเรียกเด็กรับใช้แถวๆนั้นให้พาอี้ชิงขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับยื่นกุญแจรถให้เด็กเอารถมาจอดรอที่หน้าบ้าน



“ลื๊อจะไปเลยหรือไง พอได้ของที่ต้องการก็ไม่เห็นอั๊วอยู่ในสายตา”



“โถ่ ม๊า ขออั๊วเคลียส์กับอาหมวยก่อน ให้ผ่านคืนนี้ไปก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากันนะ” ไม่ต้องหันหลังไปดูคริสก็รู้ว่าใครที่เป็นเจ้าของเสียงแหลมแปร๋นแบบนี้ คืนนี้อี้ฟานอยากเผด็จศึกอี้ชิงใจจะขาดอยู่แล้ว เขาไม่อยากจะสนใจแม่สักวันนึง ส่วนเรื่องอื่นๆขาดเหลืออะไรก็ค่อยไปว่ากันทีหลัง




“เหอะ คอยดูเถอะ โดนไอ้ลูกจับกังมันปอกลอกจะหาว่าอั๊วไม่เตือน”




“หมวยอี้ของอั๊วไม่ใช่คนแบบนั้น ม๊าเลิกว่าเมียอั๊วได้แล้ว” คริสไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญหรือไม่พอใจแต่ออกเป็นอาการเบื่อหน่ายมากกว่า ตั้งแต่3เดือนก่อนที่เขากลับมาจากแคนาดาพอได้เจออี้ชิงแล้วบอกกับแม่ว่าอยากแต่งงานกับคนนี้แม่เขาก็เอาแต่ด่าสาดเสียเทเสียให้คนตัวเล็กตลอดทั้งๆที่จริงๆแล้วอี้ชิงที่เขาสัมผัสได้ไม่ใช่แบบนั้นเลย



“ถึงจะย้ายบ้านอั๊วก็ไม่ปล่อยให้คาดสายตาหรอก” หลางอี้ยืดหลังเชิดหน้าก่อนจะเดินผ่านไปอย่างไม่คิดจะหันหลังกลับไปพูดกับลูกชายอีก เธอเกลียดไอ้เด็กนั่นเข้าไส้ยิ่งรู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวกำลังลุ่มหลงมันก็ยิ่งเกลียดเข้าไปอีก เขาเลี้ยงลูกมาอย่างดีเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้ใครเอาไปครองทั้งๆที่ไม่มีความเหมาะสมกันเลยแม้แต่นิดเดียว เธอจะขอขัดขวางทุกวิธีทาง เอาหัวหลางอี้คนนี้เป็นประกัน!



“เฮ้อ...” คริสสะบัดเสื้อย้วยๆออกก่อนจะเดินไปหลบหลังฉากไม้กลั้นยาวๆเพื่อเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิร์ตธรรมดาเตรียมตัวจะกลับบ้าน เขาเอาเสื้อแขวนไว้ที่ไม้แขวนเสื้อจับมันใส่ห่อคลุมพลาสติกกะว่าจะเอากลับไปแขวนที่บ้านด้วยเป็นสิริมงคลในคู่ชีวิต
พอจัดการเก็บมันเสร็จสรรพเรียบร้อยคริสก็พาดชุดไว้ที่แขนเดินออกไปรออี้ชิงที่กำลังหอบชุดลงมาพรุงพรังเต็มไปหมดโดยมีเด็กรับใช้คอยช่วยถือให้ด้วย



“ไปบ้านเรากันเถอะ เดี๋ยวก็สบายใจแล้วนะ” อี้ฟานยิ้มออกมาด้วยความสุขที่ล้นเต็มอก เขากำลังจะลอยใกล้สวรรค์เข้าไปทุกทีซึ่งผิดกับอี้ชิงที่กำลังรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น

หลังจากนี้ก็จะถูกจำกัดอิสระภาพทั้งชีวิตไปตลอดการ สิ่งเดียวที่ทำได้คือดูแลสามีให้ดีตามที่แม่บอกเพื่อธุรกิจของพ่อและชีวิตที่ดีกว่า




อี้ชิงไม่ได้ว่าอะไรเขายอมให้คริสโอบไหล่เดินไปโค้งให้กับญาติๆที่ยังพอเหลือยู่ในงานเป็นการอำลาก่อนจะพากันเดินออกหน้าคฤหาสน์อู๋ไปขึ้นรถที่ถูกจอดเทียบบันไดไว้ แม่ของเขากลับบ้านไปเมื่อกี้พร้อมกับพ่อ พร้อมกับคำสั่งเสียเล็กๆน้อยๆก่อนจะจากกัน อี้ชิงเดินไปขึ้นรถที่เตรียมไว้แล้วค่อยให้คริสเป็นคนขับพาเขาไปไม่ว่าที่ไหนก็ตาม แต่หลังจากนี้ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอีกแล้ว...














+














“เฮ้อ....” เป็นการถอนหายใจรอบที่ร้อยของจาง อี้ชิง ในวันนี้ รู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากที่ๆไม่มีอากาศยังไงก็ไม่รู้
ตอนนี้เขากำลังนอนแผร่หราอยู่บนเตียงขนาดคิงไซต์ที่โรยไปด้วยกรีบกุหลาบกับเทียนหอมอโรม่าที่ถูกจุดไว้ โดยที่หน้าต่างกระจกกว้างแบบพิเศษยังเปิดโล่งให้แสงดาวและแสงจันทร์ส่องเข้ามา แต่ตอนนี้อี้ชิงไม่ได้อยู่ในอารมณ์โรแมนติกเลยสักนิดเดียว เขาเหนื่อยมากๆจนเกือบจะหลับมาบนรถอยู่แล้ว



บ้านใหม่เป็นดีไซน์ตะวันตกทั้งหลังดูเจริญหูเจริญตามากกว่าบ้านจีนๆอับๆเหม็นกลิ่นธูปเป็นไหนๆ แถมคริสก็ยังต่างจากพวกบ้าสมบัตินั่นมาก อาจจะเป็นเพราะคริสไปเรียนที่ต่างประเทศมากว่าครึ่งชีวิตเลยไม่ติดนิสัยแบบพวกจีนๆมา นึกแล้วก็อยากจะบ้าที่พรุ่งนี้เขาต้องตื่นมาทำอะไรมากมาย โดยที่ไม่แม้แต่จะได้พักผ่อน



“อาหมวย~” เสียงเรียกยานครางสำเนียงแปล่งๆที่ดังมาจากหน้าประตูทำเอา จาง อี้ชิงแทบจะมุดเตียงหนี เขาเกลียดเวลาที่คริสเรียกเขาว่าอาหมวยที่สุด ไม่ว่าจะหมวยอี้ เสี่ยวอี้หรืออะไรก็ตาม เพราะมันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นสาวน้อยยังไงก็ไม่รู้ทั้งๆที่เรียกอาอี้หรืออี้ชิงปกติก็ดีอยู่แล้ว
เพราะความอ่อนเพลียและไม่ต้องการจะเสวนากับคนเอาแต่ใจอี้ชิงจึงคิดว่าการแกล้งหลับเป็นวิธีที่สุด และไม่นานเขาก็คงจะหลับไปจริงๆ









แกร้ก



“หลับหรอ... นี่....อย่าแกล้งเฮียสิ” คริสเดินเข้าไปเขย่าร่างเล็กๆเมื่อเห็นว่าอี้ชิงไม่ส่งเสียงตอบแถมยังนอนนอนหลับตาอยู่นิ่งๆ วันนี้เป็นวันแต่งงานคืนแรกแล้วเขากับอี้ชิงก็ยังไม่เคยได้แม้แต่จะหอมแก้มกันเลย อยู่ๆก็มาแต่งงานสายฟ้าแล่บ มันทำให้คริสไม่อยากพลาดโอกาสทองในวันฤกษ์ดีแบบนี้



“อื้อ...อี้ง่วงแล้ว...” อี้ชิงสบัดหน้าไปมาเมื่อรู้สึกได้ถึงหยดน้ำเย็นๆที่หยดลงโดนใบหน้า ก่อนจะลืมตาขึ้นและพบกับใบหน้าหล่อเหลาระดับนายแบบที่นอนคร่อมร่างของเขาอยู่ด้านบน



“วันนี้ยังหลับไม่ได้หรอก...” คริสรู้ดีว่าอี้ชิงก็รู้ว่าเพราะอะไร คนตัวเล็กเม้มปากแน่นก่อนที่ใบหน้าจะขึ้นสีฝาดพร้อมกับดวงตาเรียวรีที่กรอกหลบไปมา



“อั๊วง่วง เฮียจะทำอะไรก็ทำ” ตอบเบี่ยงเบนไปเรื่อย ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพราะวันนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆ แล้วอีกอย่างมันก็แค่เป็นการแต่งงานตามเงื่อนไขด้วย ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องอย่างนั้นก็ได้



“จำที่หม่าม๊าอี้บอกไม่ได้หรอ”



“ไว้วันหลังนะ...” อี้ชิงบุ่ยปากอย่างไม่ค่อยพอใจที่คริสเอาคำสั่งเสียของแม่มาขู่ ก่อนจะเริ่มงานแต่งในตอนเช้าแม่เขาก็พูดสอนเรื่องเดิมซ้ำๆคือให้แก้ไขชีวิตให้ดีขึ้นสร้างครอบครัวและทำหน้าที่ภรรยาที่ดีไม่ใช่แก้แค้น



ไอ้เรื่องแค้นไม่แค้นแค่ไม่ได้เข้าไปอยู่ในบ้านอู๋เขาก็แทบจะลืมมันไปหมดแล้วแต่งานบ้านต่างๆนาๆที่แม่สอนให้ทำตั้งแต่เด็กแล้วต้องมาทำให้คนอื่นแบบนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ใหนจะเรื่องนั้นที่แม่ก็บอกว่าละเลยไม่ได้เด็ดขาด...
มันจะทำง่ายๆได้ยังไงในเมื่ออี้ชิงไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ามาเลยแถมเป็นผู้ชายด้วยกันแบบนี้ก็ยิ่งสับสงนเข้าไปใหญ่



“สงสารเฮียหน่อยนะ” คริสก้มลงสูดกลิ่นหอมอ่อนๆจากพวงแก้มใสอย่างหยอกหล้อ มันกำลังทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจลงไปทุกที อยากจะบดขยี้ขย้ำให้เตียงหัก ทำรักให้สมกับที่รอคอยมานานถ้าไม่ได้ทำคืนนี้แล้วทำได้แค่นอนกอดเฉยๆลูกชายเขาคงทรมานตาย



“อื้ออ...” อี้ชิงครางอื้อในลำคอพร้อมกับเบนหน้าหลบหนีแต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะยอม การไม่พูดไม่ได้หมายความว่าเขายอมให้คริสทำอะไรก็ได้ตามใจชอบแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเหมือนกัน อี้ชิงเชื่อว่าถ้าคริสเห็นร่างกายของเขามันไม่น่าพิศมัยก็คงจะเลิกสนใจไปเอง เพราะผู้ชายเหมือนกันมันจะไปมีอารมณ์อย่างว่าได้ยังไง



อี้ชิงหลับตาลงเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นที่ประกบจูบทาบทับลงมาดูดดึงจนรู้สึกเขินและใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด มือของอี้เกอกำลังปลดกระดุมคออเสื้อของเขาที่ติดแน่น แต่ไม่นานมันก็ถูกกระชากออกจนกระดุมหลุดทั้งแผงเมื่อคริสไม่อยากเสียเวลาเปลื้องผ้า



ร่างกายขาวสะท้านตรงหน้าทำเอาคริสใจเต้นไปหมด ใบหน้าแดงฝาดน่ารักที่หลับตาแน่น เอวคอดบางที่ไม่ผอมเพรียวจนเกินไปแถมยังแอบมีพุงกระทิน่ารักที่บริเวณท้องน้อย คริสไม่เคยเห็นร่ากายของใครแล้วทำให้เขารู้สึกพุ่งพล่านหึกเหิมมากขนาดนี้

ไม่ใช่แค่อารมณ์อยากมีเซ็กส์แต่อยากสัมผัส อยากรัก อยากกอดให้แน่น อยากทำให้อาหมวยตรงหน้าเป็นของเขาทั้งร่างกาย อยากดูแลให้มากกว่าคำว่าดีที่สุด



คริสไม่รอช้าโน้มกายเข้าหาร่างกายตรงหน้าแล้วทำในสิ่งที่รอคอยมานานที่สุด ทำให้สมกับที่ใจอยากทำให้อี้ชิงตกเมียของเขาโดยสมบูรณ์แบบไม่ใช่แค่ในทะเบียนสมรสหรือตามเงื่อนไข....






























“อื้อ...” ความเจ็บปวดที่สะโพกปลุก จาง อี้ชิงให้ตื่นขึ้นจากฝันหวาน คิ้วเรียวสวยขมวดแน่นเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดที่บั้นท้ายและความหนักที่กดทับบนลำตัว อี้ชิงยกท่อนแขนแข็งแรงของคริสออกจากช่วงเอวก่อนขยับตัวแต่อยู่ๆก็เจ็บจี้ดหน่วงตึงไปทั้งสะโพก ช่องทางด้านหลังขมิบอัตโนมัติก่อนจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างแข็งๆอุ่นๆทิ่มอยู่ในร่างกาย



“อ๊า!!!!! อีเฮีย!!!!!! เอาไอ้นั่นออกไปเดี๋ยวนี้~!!!!” อี้ชิงตะโกนลั่นห้องหลับตาปี๋ด้วยความอับอาย ความง่วงความอ่อนเพลียมลายหายไปหมดสิ้นเพียงเสี้ยววินาทีที่รู้ตัวว่ามีท่อนกายแช่อยู่ในตัว
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่อี้ชิงวีนแตกจากที่ปกติจะเป็นนางเอกน่ารักมาตลอด รู้สึกขนลุกวูบขึ้นมาอย่างไม่รู้สึกชินทั้งๆที่เมื่อคืนก็ผ่านสนามรบมาอย่างหฤโหด



“อื้อ...ครับ...หมวยเป็นไร อ่า....” พอได้ยินเสียงภรรยาตะโกนลั่นคริสก็แทบจะสร่างทันที เขารีบยันตัวขึ้นนั่งแต่อยู่ๆก็รู้สึกเสียวแป้บที่ช่วงล่างจนต้องหยุดการขยับตัว


“อ๊า!!!! เอาออกไป!!!” อี้ชิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสติแตกเข้าไปทุกที ไอ้นั้นที่แช่อยู่ในตัวเขามันเริ่มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆแถมเสียงครางของคริสก็ยังตามมาหลอกหลอน เขายกหมอนขึ้นปิดหน้ากรีดร้องภายใต้นุ่นขนห่านอย่างสุดเสียงด้วยความรู้สึกพิศวงจนขนลุกขนชัน



“ฮ่ะๆ อ๋อ...ไอ้นั้นหรอ อี้ก็ผ่อนก่อนสิ รัดไว้แบบนี้เฮียดึงไม่ออก” คริสหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ภรรยาที่แสนเรียบร้อยของเขาวีนแตก ทั้งๆที่เมื่อคืนก็มีความสุขกับมันแท้ๆพอตอนเช้ามาทำเป็นไม่ต้องการ


“หยุดพูดนะ!!!



“อ้า...ก็รีบผ่อนไวๆสิเดี๋ยวเฮียมีอารมณ์จะยุ่งเอานะ”



อี้ชิงหลับตาแน่นค่อยๆสูดลมหายใจเข้าลึกๆปล่อยให้กล้ามเนื้อทุกส่วนผ่อนคลายก่อนที่จะค่อยๆปล่อยให้คริสดึงส่วนนั้นออกจากร่างกาย เขารับรู้ได้การเคลื่อนไหวของมันที่ค่อยๆถอยนอกจากช่องทางของเขา และเพราะขนาดใหญ่และความยาวทำให้พอถูกดึงออกปุ้ยก็ทำเอาอี้ชิงรู้สึกวูบโหวงไปหมด
ด้วยความอับอายสุดชีวิตเขาพลิกตัวยกหมอนขนห่านนุ่มนิ่มกระหน่ำฟาดใส่คนตัวสูงไม่ยั้งพร้อมกับสบถกร่นด่าลั่นห้อง



“คนโรคจิต!! เฮียออกไปจากห้องเลยออกไป!! ไปให้พ้น!” อี้ชิงตบหมอนฟาดใส่คริสเป็นพัลวัน เขาอับอายจนไม่อยากจะเห็นหน้าอีกฝ่ายในขณะที่คริสยังหัวเราะขำไม่หยุดพร้อมกับยกมือปัดป้องอาวุธนุ่มนิ่ม



“โอ้ย! ทำไมไล่...”





















ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!










“แกทำอะไรลูกชายฉัน!! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!!” เสียงเคาะประตูดังลั่นพร้อมกับเสียงหวีดแหลมที่ดังมาจากหน้าห้องทำเอาทั้งอี้ฟานและอี้ชิงนิ่งตลึงไปตามกันด้วยความแปลกใจและไม่แน่ใจ เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคุ้นหูดังมาจากหน้าประตู




เสียงของหลางอี้...เธอมาที่นี่ได้ยังไง เข้ามาในบ้านได้ยังไง!




“คริสลื๊อเปิดประตูเดี๋ยวนี้ก่อนที่อั๊วจะพังเข้าไป!” เสียงของหลางอี้ดูเดือดจัด เธอเขย่าประตูอย่างแรงจนคริสคิดว่ามันกำลังจะหลุดออกจากวงกบ


“ม๊าเดี๋ยวรอแป้บนึง อั๊วกำลังไป!” คริสถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่ออยู่ๆแม่ก็มาเคาะประตูตอนที่กำลังอยู่กับเมีย เขาดึงผ้าห่มคลุมตัวอี้ชิงไว้ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำที่แขวนอยู่ที่กำแพงห้องมาใส่พร้อมกับผูกเชือกให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปเปิดประตู



“ม๊ามาได้ไง” คริสขมวดคิ้วแน่น เขาเห็นแม่ยืนโกรธหน้าแดงอยู่หน้าห้อง เธอไม่ยอมตอบคำถามแต่ผลักเขาแล้วบุกเข้ามาในห้องที่อี้ชิงนอนอยู่ คริสตกใจมากที่หลางอี้ทำแบบนี้แต่ไม่ทันจะได้วิ่งเข้าไปถึงตัว แม่ของเขาก็เดินเอากระช้าผลไม้ไปทุ่มใส่อี้ชิงที่นอนอยู่บนเตียงเต็มแรงจนคนตัวเล็กร้องโอ้ยเสียงดัง



“ม๊าทำอะไร!” คริสเดินเข้าไปเอาตัวบังอี้ชิงไว้แต่ถูกแรงมหาศาลเกินสตรีของเธอผลักออกอย่างแรง หลางอี้เดินเข้าไปใกล้อี้ชิงยกนิ้วชี้หน้าด่าเสียงกร่างดังลั่น


“ลื๊อคิดว่าลื๊อเป็นใครห้ะอีหมวยถึงได้มาพูดข่มขู่ลูกอั๊วนี่บ้านอั๊วลื๊อนั่นแหละที่ต้องไสหัวออกไป!



“ม๊าอะไรเนี่ย มาด่าอี้ชิงทำไม!” คริสเดินเข้าไปกระชากแขนผอมของผู้เป็นแม่อย่างแรง เขาเข้าใจว่าแม่อาจจะเข้าใจผิดแต่มันก็เป็นเรื่องของเขาอยู่ดี ไม่มีสิทธิ์เลยที่อยู่ๆเธอจะมาบุกเข้าไปตบตีลูกสะใภ้ถึงในห้องนอน ยิ่งมองเห็นอี้ชิงกัดปากแน่นปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาแถมไม่โต้เถียงมันก็ยิ่งทำให้คริสไม่ชอบใจ



“อั๊วได้ยินที่มันด่าลื๊ออีคนโอหังไม่รู้ว่าครอบครัวมันรอดมาได้แบบนี้ก็เพราะอั๊วยอมให้มันขายตัวแลกธุรกิจกับลื๊อแล้วยังมาปากดีสามหาวมันน่าโดนตบ!



“ม๊าพอได้แล้ว ออกไปเลย!” คริสตวาดลั่นด้วยความโมโหสุดขีดจนแม้แต่หลางอี้เองก็ยังผงะเพราะตั้งแต่เลี้ยงดูลูกชายมาคริสไม่เคยตวาดหรือแม้แต่จะขึ้นเสียง แล้วยิ่งต่อหน้านังลูกสะใภ้นี่เธอก็ยิ่งรู้สึกับอายเสียหน้าจนทำอะไรไม่ถูก



“ลื๊อออกไปคุยกับอั๊วเดี๋ยวนี้เลยคริสก่อนที่อั๊วจะด่าอีหมวยนี่บ้านแตก” หลางอี้เดินข้ามลูกส้มที่กระเด็นหลุดจากกระเช้ากระแทกเท้าเดินปึ้งปั้งออกไปทันที เธอจะไม่ยอมให้ลูกชายที่อยู่ในโอวาทมา25ปีต้องเปลี่ยนไปเพราะผู้ชายคนเดียวแน่ จะต้องทำให้คริสตาสว่างให้ได้



“อาอี้ เป็นอะไรหรือป่าวเฮียขอโทษแทนหม่าม๊านะ” คริสไม่สนใจแม่ของเขาแต่เดินตรงดิ่งไปหาคนตัวเล็กทันที เขาใช้สมองมือประคองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาเอาไว้แต่อี้ชิงเบนหน้าหนีทั้งยังหยิบหมอนที่ตกอยู่บนเตียงยกขึ้นปิดหน้า


อี้ชิงไม่รู้ว่าเขาทำผิดอะไรนักหนา เป็นหนี้ธุรกิจก็ยกให้ แต่งงานก็ถูกบังคับ ขนาดหนีออกมายังโดนตามมาถากถางทำร้ายถึงบ้านแล้วแบบนี้อี้ชิงจะต้องหนีไปที่ไหนถึงจะหลุดพ้นจากคนบ้าพวกนี้เสียที ที่ร้องไห้ไม่ใช่ว่าเสียใจแต่รู้สึกแย่ที่โดนข่มเหงโดยที่ไม่มีสิทธิ์โต้เถียงเลย อึดอัด เจ็บใจ พาลให้เกลียดไปหมดแม้แต่คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี



“นอนไปก่อนก็ได้” เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมพูดด้วยคริสก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังโดนโกรธ เขาหยิบเอาตะกร้าผลไม้หนักๆโยนลงไปข้างเตียงพร้อมกับแอปเปิ้ลที่ล่วงอยู่บนที่นอนสองลูก คริสลุกออกจากเตียงเดินออกไปจากห้องเพื่อไปจัดการคุยปัญหาเรื่องนี้ทันทีโดยปล่อยให้อี้ชิงได้พักผ่อนต่อ



ทันทีที่เสียงปิดประตูดังขึ้น จาง อี้ชิงก็ปล่อยเสียงร้องโฮออกมาอย่างไม่อายใคร รู้สึกสมเพชตัวเองที่ไม่มีอะไรไปต่อกรกับใครเขา  ถึงอยากจะสู้ก็สู้ไม่เป็น ถ้าแม่รู้แม่จะหาว่าอี้ชิงอ่อนแอไหม พ่อจะต้องไม่สบายใจแน่ถ้าเขาโทรไปหาพร้อมกับเสียงร้องไห้ ทั้งๆที่เป็นคนเลือกเดินมาทางนี้เอง


อี้ชิงอยากเข้มแข็งเหมือนกับแม่และเสียสละเหมือนกับพ่อ เพราะฉนั้นเขาจะไม่อ่อนแอให้ใครเห็นเด็ดขาด ต้องอดทนให้สมกับเป็นลูกที่พ่อแม่คาดหวังให้ได้ วันนี้อี้ชิงร้องไห้แต่เขาเชื่อว่าสักวันนึงมันจะเป็นแค่เรื่องในอดีตและความเจ็บปวดวันนี้จะทำให้เขากลายเป็นคนอดทนในวันหน้า...






















“ห้ะ! ม๊าจะบ้าหรอ นี่บ้านอั๊วนะม๊าจะมาอยู่ได้ยังไง!


“อะไรอั๊วไม่ได้จะมาอยู่ตลอดไปสักหน่อย แค่เดือนสองเดือนแรกดูว่าอีหมวยมันดูแลลื๊อดีหรือป่าว ถ้ามันดูแลงานบ้านไม่ดีอั๊วจะจับลื๊อแต่งงานใหม่กับหลวนเป้า อีเพรียบพร้อมหมดทั้งฐานะหน้าตา เหมาะกับลื๊อมากกว่าอีหมวยจับกังนั่น”



“ม๊าอั๊วอายุ25แล้วนะ ไม่ต้องอยู่ดูแลก็ได้ อั๊วจัดการเอง”

คริสทรุดตัวนั่งลงกับโซฟาสีเขียวด้วยความเหนื่อยใจเมื่ออยู่ๆแม่ก็บอกว่าจะมาอยู่ร่วมบ้านกับเขาทั้งๆที่จุดประสงค์ที่คริสแยกบ้านมาก็เพราะต้องการหนีผู้เป็นแม่นั่นแหละ คราวนี้บ้านไม่สงบสุขแน่ อี้ชิงคงอยู่ไม่ได้



“ยีบห้าแล้วไง หน้าที่คอยจับตาดูสะใภ้ไม่ให้มาปอกลอกเอาทรัพย์สินในตระกูลมันเป็นหน้าที่อั๊ว ถ้าลื๊อไม่พอใจก็ไปฟ้องเตี่ย” หลางอี้ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ที่มาวันนี้เธอตั้งใจจะมาเยี่ยมลูกชายและกะว่าจะมาเฝ้าทุกวันจนกว่าครบอาทิตย์แต่พอเจอเหตุการณ์เมื่อเช้าไป จากที่ว่าจะมาเฝ้าแล้วกลับเธอตัดสินใจว่าจะนอนค้างมันที่นี่เสียเลย กลัวว่าลูกชายจะลืมหน้าเธอไปซะก่อน



“เตี่ยตายไปตั้งนานแล้ว โอ้ยม๊ากลับบ้านไปเถอะ สงสารอาอี้” คริสโอดครวญอย่างไม่พอใจ



“ทำไม! อีเกลียดขี้หน้าอั๊วหรือไงถึงอยู่ด้วยกันไม่ได้ ให้มันรู้สำนึกบุญคุณซะบ้างว่าครอบครัวมันอยู่มาได้เพราะใคร อย่าเอาสันดานต่ำๆมาใช้กับอั๊ว แล้วนี่กี่โมงกี่ยามอียังไม่ตื่นมาเตรียมกับคงกับข้าวขี้เกียจสันหลังยาวทั้งตระกูล!


“จะทำอะไรก็ตามใจ แต่อย่ายุ่งกับอาหมวย ไม่งั้นอั๊วทิ้งบริษัทหนีออกนอกประเทศแน่” คริสไม่อยากจะคุยกับคนไม่มีเหตุผลและเอาอคติเป็นที่ตั้ง เขาตัดสินใจลุกเดินหนีอย่างที่ไม่เคยทำมาตลอดชีวิต เขาได้ยินเสียงแม่ตวาดแป้ดๆด้วยความไม่พอใจแต่ก็ทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วเดินผ่านห้องนั่งเล่นขึ้นไปบนชั้นสอง



“อี้ฟานหึ้ย! ส่อแววทรพีตั้งแต่วันแรกซะแล้ว แหม...พอทีนั้นมาขอร้องนักหนาว่าจะให้อั๊วจัดพิธงพิธีให้พอได้มันเป็นเมียก็ลืมอั๊ว! อาฟานลงมาคุยกันเดี๋ยวนี้!!








เสียงแว้ดเจี้ยวจ้าวทำให้อี้ชิงรู้สึกกลัวจนต้องเอานิ้วอุดหูไว้แน่น เขาไม่ชอบสียงดังและที่บ้านของเขาก็ไม่เคยมีความวุ่นวายแบบนี้ ในหัวนึกถึงแต่บ้าน นึกถึงแต่พ่อแม่ คิดถึงเพื่อน คิดถึงร้าน คิดถึงทุกๆอย่างที่ทิ้งมา อี้ชิงไม่อยากอยู่ที่นี่...
เสียงประตูดังปังแทรกเข้ามาในรูหูจนอี้ชิงตกใจสะดุ้ง เขาใช้ผ้าห่มผืนนุ่มเช็ดน้ำตาก่อนจะแกล้งหลับไป แรงยวบหนักๆที่เตียงทำให้เขานอนเกร็งตัวแข็งไม่กล้าขยับก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงกอดจากด้านหลังพร้อมกับลมหายใจร้อนๆที่เป่ารดต้นคอ



“อย่าสนใจเลย ยังไม่ต้องตื่นก็ได้” ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าอี้ชิงกำลังร้องไห้แต่คริสไม่มีสิทธิ์ไล่แม่ออกไปจากบ้าน ถึงแม้จะโกรธเธอแค่ไหนก็ตาม คริสคงทำได้แค่กันให้แม่ของเขาอยู่ห่างๆจากอี้ชิงให้มากที่สุดเพราะคนร้ายกาจอย่างเธอถ้าได้คิดจะกลั่นแกล้งหละก็จองเวรจองกรรมกันไปถึงภพชาติหน้า



ทำไมหลางอี้ถึงเป็นผู้หญิงร้ายกาจขนาดนี้นะ...ทำไมต้องแกล้งคนขี้แยอย่าง จาง อี้ชิง....












































สองเดือนกว่าแล้วที่อี้ชิงต้องทนใช้ชีวิตซ้ำๆเดิมๆแบบนี้อย่างไม่มีทางเลือก การอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับหลางอี้เป็นเหมือนฝันร้ายที่ตามไปหลอกหลอนแม้กระทั่งตอนนอน เขาถูกคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ยายด่าเสียดสีดูถูกโคตรเง่าทุกวันทั้งหลบไปร้องไห้ก็แล้ว น้ำตาไหลต่อหน้าก็แล้วแต่ผู้หญิงที่เหมือนปีศาจหลายไม่เคยใจอ่อนกับมันเลย


อี้ชิงเครียดจนนอนไม่หลับ เขาร้องไห้วันละหลายรอบแต่ไม่กล้าโทรกลับไปที่บ้านเพราะกลัวพ่อแม่จะไม่สบายใจ คริสไม่มีปัญญาปกป้องเขาเหมือนที่ปากว่า เป็นแค่ลูกแหง่ที่ดีแต่พูดห้ามแต่ไม่เคยเด็ดขาด ไม่สามารถดูแลอี้ชิงได้เหมือนที่เคยบอก
ทุกวันเขาต้องตื่นหกโมงขึ้นมาทำงานบ้านๆทั้งๆที่บ้านมันก็สะอาดอยู่แล้ว แต่ที่ต้องทำเพราะกรงว่าตัวเองจะถูกด่าเสียดสีจากคนใจยักษ์นั่น


หลางอี้หาเรื่องมาด่าเขาสารพัดถ้าวันไหนอี้ชิงทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่องเธอก็จะขุดเอาพ่อแม่เขาขึ้นมาด่าว่าให้ฟังเสียๆหายๆโดยที่คริสไปทำงานและไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ทุกครั้งพอกลับมาบ้านหลางอี้ก็จะประจบสอพอลูกชายสารพัดจนอี้ชิงนึกอยากจะอ้วกใส่



เขารู้สึกเกลียด เครียด และท้อแท้เต็มทน ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครจนเมื่อไม่นานมานี้เพื่อนของเขาแบคฮยอนโทรมาถามไถ่ชีวิตหลังสมรส แล้วพอได้คุยกับเพื่อนเข้าไปก็เผลอโฮแตกร้องไห้ฟูมฟายเล่าทุกอย่างออกไปหมดจนแบคฮยอนแทบจะตามมาตบหลางอี้ถึงที่บ้านถ้าเขาไม่ปรามไว้

สุดท้ายก็เลยนัดกันไปเจอกันที่ร้านนั่งกินของแฟนแบคฮยอนแถวกังนัมคืนนี้แต่เขาต้องออกจากบ้านประมาณหกโมงไม่อย่างั้นทุ่มนึงปุ้บจะไม่ได้ออกไปไหนแน่ ตอนนี้ห้าโมงสี่สิบแล้วอี้ชิงแต่งตัวเสร็จสรรพพร้อมกับหยิบของใช้จำเป็น2-3ชิ้นใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่เตรียมตัวออกจากบ้าน


เขาปิดประตูล๊อคห้องป้องกันพื้นที่ส่วนตัวไว้เหมือนทุกครั้งแล้วหันหลังเดินลงบันได กำลังจะออกจากประตูถ้าไม่ติดว่าเสียงแหลมแปร๊ดดังเข้ามาเสียดแก้วหูจากด้านหลัง




“มึดค่ำจะออกไปไหนบ้านช่องมันร้อนเป็นไฟหรือไงถึงอยู่ไม่ได้ เดี๋ยวอาคริสจะมาแล้วไม่คิดจะอยู่ดูแลผัวเผอหรือไงห้ะ!



เป็นการหาเรื่องด่าเหมือนทุกที... นี่ยังไม่มึดและวันนี้คริสก็กลับตั้งสามทุ่ม แถมคนที่ดูแลคริสหลังจากกลับจากที่ทำงานก็เป็นเธอทุกที นอกจากทำความสะอาด ถูกโขกสับรองรับอารมณ์แล้วอี้ชิงก็ไม่อยากจะคิดสกปกว่าหลางอี้ทำตัวอย่างกับเมียคริสมากกว่าเขาเสียอีก ส่วน จาง อี้ชิงมันก็แต่งมาเป็นคนใช้ทำงานรองรับความเจ็บปวดเพื่อชดใช้หนี้สินในธุรกิจ



“จะออกไปทำธุระครับ เดี๋ยวก็กลับไม่นาน”



“เหอะ จะไปไหนก็ไป อย่ากลับมายิ่งดี!” ถึงจะเป็นคำพูดขับไล่แต่อี้ชิงก็ยังรู้สึกดีกว่าคำพูดเสียดสี อี้ชิงไม่อยากลีลาที่จะออกไปเจอเพื่อน เขารีบเดินจากประตูแล้วตรงไปหน้าบ้านเพื่อบอกยามประจำหมู่บ้านให้เรียกแท๊กซี่ทันที..

.


.



.



.


.


.







“แหม ฟังแล้วคันไม้คันมือว่ะ ฉันอยากไปตบแม่งจริงๆผัวแกก็ซื่อบื๊อซื่อบื่อ ฉันว่าอันนี้เรื่องใหญ่ไปละ” แบคฮยอนกระแทกแก้วจินโทนิคในมือลงกับโต๊ะกระจกด้วยความโมโหหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากอี้ชิงที่กำลังเมามายเพราะดื่มเข้าไปมากทั้งๆที่ไม่ถูกกับของมึนเมา เขาอยากจะขับรถเอามีดไปกรีดหน้าคนที่ชื่อหลางอี้นั่นกับมือจริงๆมันจะใหญ่อะไรนักหนา



“อึก...เสียใจว่ะ เสียใจ....” ว่าแล้วก็กระดกแก้วเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดช็อต ตอนนี้ทั้งคอและลิ้นของอี้ชิงมันร้อนผ่าวจนไม่รับรู้รสชาติแล้ว ร้องไห้ก็ร้องไปแล้ว วันนี้เขาไม่อยากกลับบ้านเลยจริงๆมันเหมือนความเสียใจ ความต้องการอิสระถูกปลดปล่อย แล้วพอได้ออกมาเจอโลกกว้างก็ไม่อยากกลับเข้าไปอยู่ในกรงให้โดนย่ำยีอีก


“มันไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว แม่นั่นหนะดูแล้วเจ้าเลห์แกตามมันไม่ทันหรอก ธุรกิจก็ไม่ได้คืน ยังไงก็ยังเป็นของไอ้คริสอยู่ดีแค่ให้พ่อแม่แกยืมทำมาหากิน แบนี้มันเอาเปรียบกันชัดๆ หย่าไปเลยแยกกันอยู่ ฉันเชื่อว่าพ่อแกต้องเข้าใจ อีกอย่างถ้าเขารู้ว่าแกเป็นแบบนี้เขาคงเสียใจแย่ที่เป็นต้นเหตุส่งแกไปเข้าปากเสือ ไปคุยกับแม่ให้รู้เรื่องเหอะ” แบคฮยอนว่าไปตามประสบการณ์ที่เขาเจอคนมาร้อยพัน ทั้งดีชั่วก็รับมุขมาหมดแบบนี้ดูเกมส์ไม่ยาก ยังไงคนที่ชื่อหลางอี้นั้นก็คงไม่ปล่อยอี้ชิงให้อยู่สบายแน่



“ฉัน...อึก...ไม่รู้จะไปทางไหน ฮึก....” ทั้งสะอึกเหล้าทั้งกำลังจะร้องไห้อีกรอบ มันสับสนไปหมด พ่อแม่ก็จะลำบากเขาเองก็ไม่ใช่คนเก่งมีความสามารถอะไร ถ้าทำอะไรไปวู่วามก็อาจจะไม่มีสิทธิ์ได้กลับไปแก้ไข


“ไม่เหลือธุรกิจก็ยังเหลือครอบครัว เหลือพ่อแม่ เหลือบ้านที่มีครบกัน ฉันเชื่อว่าแม่แกไม่สบายใจหรอกที่แกไปอยู่ไกลหูไกลตาแล้วยิ่งไม่ติดต่อกลับไปเลยแบบนี้ อะไรๆมันเริ่มต้นใหม่ได้ยิ่งแกง้อมันๆก็ยิ่งย่ำยี วันนี้กลับไปหาแม่ป่ะ ไปเล่าให้เขาฟังแล้วปรึกษากัน ฉันก็ไม่ใช่คนในครอบครัวอ่ะนะแต่ก็อยากช่วยเต็มที่ ถ้ายังไงมาทำงานกับฉันก็ได้ เงินผัวมีเยอะเหลือใช้ช่วยได้เหลือเฟือ” แบคฮยอนพยายามพูดให้มันฟังดูเครียดเกินไป เขายินดีที่จะช่วยจริงๆเพราะอี้ชิงเป็นคนดีมากและไม่สมควรโดนกลั่นแกล้งแบบนี้ตลอดไป



“อื้อ ที่ร้านขาดผู้จัดการพอดีเลย ยังไงมาทำงานที่ร้านก็ได้” ชานยอลที่นั่งอยู่ข้างๆพูดเสริม ปกติแล้วเขาเป็นคนดูแลงานในร้านเองแต่บางทีก็นึกอยากจะพักเหมือนกัน เขากำลังคิดหาผู้จัดการร้านพอดี


“ฮรื่อ....ขอบคุณชานยอล ฮึก...ขอบคุณแบค...” อี้ชิงเอนร่างกายอ่อนแรงซบหน้าลงไปกอดเพื่อนสนิทและแฟนเพื่อนทั้งสอง เหมือนเป็นการเปิดหูเปิดตาว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้เหลือใคร ไม่ได้อ่อนแอแต่กำลังแก้ปัญหาเป็นเหมือนสวรรค์มาโปรดจริงๆ อี้ชิงสัญญากับตัวเองว่าบุญคุณนี้เขาจะไม่ลืมมันไปชั่วชีวิต



“เออ เมาแอ๋กลับไปสภาพนี้แม่แกคงตกใจ จะนอนที่ร้านข้างบนไหมหรือจะกลับบ้าน”



“อืม...จะกลับก่อน...” อี้ชิงคิดว่าเขากลับไปหาพ่อแม่สภาพนี้ไม่ได้เลยกะว่าจะกลับบ้านก่อน ไปนอนให้เหยียดหยามครั้งสุดท้ายแล้วจะไม่กลับไปที่นั่นอีกตลอดชีวิต เกลียดคริส เกลียดหลางอี้ เกลียดตระกูลอู๋ อี้ชิงเกลียดคนพวกนี้จนจะอ้วกอยู่แล้ว



“งั้นให้ไอ้ไคไปส่ง ไปส่งให้ถึงบ้านนะ ถ้าออกนอกเส้นทางฉันจะหักเงินเดือนแก” แบคฮยอนไปกำชับกับลูกน้องคนสนิทในร้านเชิงที่เล่นทีจริงก่อนจะขอตัวออกไปดูเด็กที่เค้าเตอร์เงินทิ้งให้อิ้ชงนอนซบไปกับโซฟาตัวยาว



“จะให้เอากลับเลยไหมพี่” จงอินหันไปถามชานยอลที่นั่งกินเบียร์อยู่ใกล้ๆอี้ชิง คนตัวสูงพยักหน้าก่อนจะประคองให้อี้ชิงลุกนนั่งแล้วส่งให้จงอินพยุงขึ้นเดินเพื่อที่จะพาไปที่รถโดยที่ไม่ลืมยื่นกระดาษที่อยู่ของอี้ชิงที่แบคอยอนเป็นคนเขียนไว้ส่งให้ด้วย


“ขับรถดีๆ” ชานยอลควักกุญแจรถตัวเองโยนให้จงอินก่อนจะนั่งจิบเบียร์ต่อไปเงียบๆ















+














“คริส ลื๊อขึ้นไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้มีประชุมไม่ใช่หรอ”  หลางอี้เดินลงมาจากบันไดตรงเข้าไปเกาะบ่าลูกชายเอาไว้  ตอนนี้ตีสองแล้วแต่คริสยังไม่ยอมขึ้นไปนอนและเฝ้าแต่กดโทรศัพท์โทรซ้ำไปมา เหตุผลก็เพราะแม่สะใภ้ตัวดีที่ออกไปจากบ้านตั้งแต่หกโมงเย็นป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย



“ม๊าขึ้นไปนอนก่อนเลย” นี่เป็นรอบที่สี่แล้วที่คริสตอบแบบนี้ตั้งแต่สี่ทุ่ม ใจเขาพะวงห่วงแต่เรื่องอี้ชิงว่าทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้านแถมยังไม่ปิดโทรศัพท์ โทรไปถามที่บ้านจางก็ไม่มีใครรู้แล้วแบบนี้ถ้าจะให้เขาขึ้นไปนอนหละก็ลืมไปไม่ได้



“คงไปหาเที่ยวอ่อยผู้ชายตามสันดานมันนั่นแหละ เหอะ อั๊วเตือนแล้ว สักวันลายมันจะออก ดูสิ ยังไม่ทันไรอีก็เที่ยวออกแรด”



“ม๊า! อั๊วบอกให้ขึ้นไปนอนได้แล้ว!!” คริสกำลังจะหมดความอดทนเต็มที เขาไม่ได้อารมณ์ดีเหมือนทุกวัน การถูกก่อกวนด้วยคำพูดถากถางในตอนที่เขากำลังอยู่ในสภาเครียดไม่ใช่เรื่องน่าพิสมัยเลย



“อาฟาน ลื๊อเปลี่ยนไปมากไม่รู้ตัวเลยหรอ ลื๊อกำลังโดนอีหมวยมันหลอกเอานะ ม๊าไม่อยากเห็นลื๊อโง่ถึงได้มาคอยตามเฝ้าอย่างงี้”



“แน่แหละ อั๊วมีครอบครัวแล้ว มีแต่ม๊านั่นแหละที่ด่าเมียอั๊วได้ทุกวี่ทุกวันอาอี้อีไม่เคยพูดอะไรเลย!



“ลื๊อจะไปทันอะไรมัน อีคนตระกูลนั้นมันเหลี่ยมจัดจะตายมันถึงได้ขายลูกมันมาหวังจะฮุบสมบัติเราไง ลื๊อนั่นแหละที่โง่!!  หลางอี้ยังยืนยันความคิดและทัศนคติที่มีต่อจาง อี้ชิงอย่างมั่นคง
เธอไม่เคยสงสารน้ำตาจอมปลอมของมัน เธอเชื่อในสิ่งที่เธอเห็นว่าลูกชายของเธอเปลี่ยนไปมากตั้งแต่ที่แต่งงานกันมา อี้ชิงคงจะไปพูดเป่าหูอะไรคริสทุกวันเพราะได้เปรียบนอนห้องเดียวกันและในฐานะผู้ดูแลทรัพย์สมบัติและแม่เธอจะไม่ยอมใครมาแย่งสมบัติชิ้นสำคัญของเธอไปไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทองหรือลูกชาย

















ปรี้นๆๆ



เสียงบีบแตรรถที่หน้าบ้านทำให้คริสที่กำลังจะอ้าปากเถียงหยุดชงักแล้วปลี่ยนเป็นวิ่งออกไปดูที่หน้าประตูแทน เขาเห็นรถสีขาวเปิดไฟสูงส่องมาจากประตูรั้วเลยรีบกดรีโมทให้รั้วเปิดอัตโนมัติเพราะคิดว่าอาจจะเป็นของใครสักคนที่ขับมาส่งอี้ชิง

รถขับเข้ามาในบ้านช้าๆจนมาจอดอยู่ตรงหน้าเขาก่อนที่ไฟรถจะดับลงพร้อมกับผู้ชายตัวสูงที่เดินออกมาจากรถก่อนจะเดินอ้อมหน้ารถโดยที่ไม่คิดจะทักทายไปเปิดประตูอีกฝั่ง พยุงร่างที่ยืนทรงตัวได้ไม่ดีนักออกมาจากรถ



“อี้ชิง!” เมื่อเห็นว่าคนที่ออกมาจากรถเป็นใครคริสก็รีบตรงเข้าไปประคองร่างเล็กนั้นเอาไว้ทันทีก่อนที่ชายตัวสูงจะเดินละออกมาเมื่อมีคนมารับหน้าที่ดูแลต่อแทน



“อี้ไปไหนมาทำไมเพิ่งกลับ เฮียเป็นห่วงแทบแย่” คริสไม่ได้ต่อว่าหรือแม้แต่คิดจะดุตะคอกคนตัวเล็ก ความเป็นห่วงของเขามีมากเกินกว่าจะหาเรื่องเทลาะด้วย



อี้ชิงลืมตาใช้มือเกาะประตูเอาไว้ เขาไม่ได้เมาหนักมากขนาดยืนไม่ไหว เขาทรงตัวให้นิ่งยื่นมืออีกข้างไปเกาะบ่าจงอินแล้วกล่าวขอบคุณ


“วันนี้ขอบคุณมาก บอกแบคฮยอนด้วย ไว้ถ้าจะให้มารับจะโทรไปหานะ” พอว่าเสร็จก็เอนตัวลงไปกอดลูกน้องเพื่อนสนิทเต็มแรงเป็นการขอบคุณที่วันนี้อุตส่านั่งดื่มเป็นเพื่อนเขาแถมยังทนฟังเรื่องราวดราม่าชีวิตนางเอกละครของอี้ชิงทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองด้วยซ้ำ



“ครับ คุณอี้ชิงไปพักผ่อนเถอะ”  จงอินยิ้มให้อย่างเต็มใจก่อนจะค่อยผละออก เขาเห็นคนตัวสูงที่เข้ามาพยุงอี้ชิงเมื่อครู่ทำหน้าเสียแต่ไม่ได้พูดอะไรก่อนที่จะพยายามเข้ามาประครองอี้ชิงอีกทีแต่ก็โดนปัดมือปฏิเสธ



“ไม่เป็นไร” อี้ชิงเดินโซเซเข้าไปในบ้านด้วยอาการมึนเมา เขาใช้มือเกาะไปตามต้นเสาและผนังคลำทางเดินเข้าประตูบ้านไปโดยที่ไม่รอให้ใครเข้ามาช่วย อี้ชิงรู้สึกอวนเอียนคลื่นไส้เต็มทีตั้งแต่ได้กลิ่นบ้านหลังนี้ แต่ในใจลึกๆก็รู้สึกดีที่พรุ่งนี้เขาจะหลุดพ้นทุกอย่าง จะรีบตื่นเช้ากลับไปหาแม่ ไปหย่าแล้วกลับไปอยู่บ้าน ไปทำงานใหม่ถึงเงินเดือนจะไม่มาก ไม่มีกิจการหรือศักดิ์ศรีใหญ่โตแต่ก็ถือว่ามีความสุข





“ขอบคุณครับที่อุตส่าพามาส่ง”


“ครับ ขอสูบบุหรี่แป้บนึงเดี๋ยวจะไปเลย” จงอินก้มหัวให้อย่างเป็นมารยาทที่คนตัวสูงหันมาขอบคุณและโบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะเดินตามภรรยาที่เมามายเข้าไปในบ้านทันทีโดยที่ไม่สนใจว่าเขายกบุหรี่ขึ้นสูบ


“หึ หายหัวไปเป็นชั่วโมงกลับมามึดค่ำให้ผู้ชายมาส่ง ลื๊อจะให้คิดยังไงห้ะอี้ชิง” เป็นไปตามอย่างที่คิด พอมีเรื่องให้ด่าหลางอี้ก็เล่นงานเขาทันทีตั้งแต่ยังเข้าไม่บ้าน อาจเป็นเพราะหล่อนคงไปแหวกม่านกระจกดูว่าใครมาส่งเขาจงใจจับผิดหาเรื่องเสียๆหายๆมาด่าเหมือนทุกครั้ง แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหละ อี้ชิงจะไม่มีทางยอมอยู่ใต้เท้าผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว



“พล่านไปหมด อยู่ไม่สุข นี่ขนาดมีผัวแล้วลื๊อยังทำตัวแบบนี้ก่อนหน้านี้มันจะขนาดไหน”  เจ็บกว่านี้ก็เคยโดนด่ามาแล้ว ขายตัวใช้หนี้บ้างหละ อยากมีผัวรวยบ้างหละ แค่นี้ถือว่ายังธรรมดาหากเทียบกับที่เธอด่าพ่อด่าแม่เขาว่าสารพัด



“ลูกคุณมันโง่เอง” ด้วยความเมาไม่ได้สติทำให้อี้ชิงเผลอหลุดคำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจออกไป เขาไม่ได้มีเจตนาจะว่าคริสแต่แค่อยากจะลองด่าดูสักครั้งว่ามันจะรู้สึกยังไงเวลาที่ได้พูดจาดูถูกคนอื่น



“อาอี้ ลื๊อเมาแล้วนะ ขึ้นไปนอนที่ห้องเถอะ” ถึงจะได้ยินคำพูดนั้นเต็มสองหูแต่คริสก็เลือกที่จะเมินไม่สนใจมันเพราะตอนนี้อี้ชิงเมามากจนแทบจะยืนไม่ไหวต้องเกาะราวบันไดเอาไว้ แล้วจะเอาอะไรกับคำพูดที่ไม่ผ่านการไตร่ตรอง


“เหอะ เหล้าเข้าปากสันดานก็ออก จองหองไม่สำนึกบุญคุณทั้งแม่ทั้งลูก ตระกูลจางนี่มันสันดานจับกังเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ” เสียงที่แหลมอยู่แล้วแหลมสูงขึ้นไปอีก คราวนี้เห็นแหละได้ยินกันจะๆกับหูคราวนี้อี้ชิงคงดิ้นไม่หลุดแน่ ก็ดันโง่ปากพล่อยปล่อยสันดานไม่มีสัมมาคารวะออกมาเอง



“ชั่วกันทั้งบ้าน พวกตระกูลอู๋” อี้ชิงยืนโงนเงนไปมา เขารู้สึกใจเต้นรัวและเลือดสูบฉีด ร่างกายหลั่งสารตื่นตัวทันทีที่เริ่มได้พูดจาโต้ตอบบ้าง มันทำให้เขารู้สึกไม่ถูกกดขี่เหมือนครั้งก่อนๆ



“ปากวอนอีหมวยขี้ข้าลื๊อกล้าดียังไง!” หลางอี้โกรจนเลือดขึ้นหน้าที่โดนหยามตระกูล เธอเดินตรงปรี่ฟาดฝ่ามือลงบนแก้มลูกสะใภ้เต็มแรงจนร่างที่ไม่มีแรงจะยืนอยู่แล้วล้มลงบนขั้นบันไดหัวกระแทกซี่เหล็กขอบกลั้นอย่างแรง



“ม๊าทำอะไร!” คริสอึ้งไปเสี้ยววินาทีนาทีก่อนจะเดินไปผลักผู้เป็นแม่จนเธอหงายหลังล้มลงพื้นแล้วเข้าไปประคองอี้ชิงเอาไว้ ทุกครั้งเขาอดกลั้นอารมณ์โกรธได้เสมอไม่ว่าแม่จะต่อว่าเมียเขายังไงแต่ที่คริสยอมไม่ได้คือการทำร้ายร่างกายเพราะเขาเคยบอกแล้วขีดจำกัดความเกลียดชังอยู่แค่ที่การด่าเท่านั้นแต่ไม่มีสิทธิ์แตะต้องร่างกาย




“ลื๊อทำอะไรห้ะอาฟานลื๊อกล้าผลักอั๊วปกป้องอีนี่หรออยากทำให้อั๊วโกรธใช่ไหม ได้อั๊วจะตบมันให้ตายตรงนี้แหละ!” อารมณ์ที่เดือดเป็นสองเท่าอยู่แล้วยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นไปอีก ด้วยความรวดเร็วเธอพุ่งตัวเข้าไปกระชากหัวอี้ชิงแล้วจิกผมให้อยู่มือก่อนจะหน่ำทั้งฝ่ามือฝ่าเท้าลงบนร่างกายลูกสะใภ้ไม่เลือกที่


เสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วยิ่งคริสพายามดึงผู้เป็นแม่ออกเท่าไหร่มือจิกผมอี้ชิงก็ยิ่งแน่นและทำให้คนตัวเล็กเจ็บมากขึ้นเท่านั้น เสียงร้องไห้ฮือดังกรีดใจเขาจนหลั่งเลือด เศษผมกระจายร่วงไปทั่วบ้าน เท้าของหลางอี้ถูกยกขึ้นถีบศรีษะซ้ำแล้วซ้ำเล่าเล็บมือยาวๆจิกข่วนไปตามเนื้อหนังและใบหน้าจนเป็นทั้งรอยขูดรอยจิกจนเนื้อเปิด
หลางอี้เหมือนคนเสียสติเข้าไปทุกที คริสกำลังโกรธมากเขาโวยวายไม่หยุดแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากผลักและดึงในขณะที่อี้ชิงยังร้องไห้จนเสียงครางฮรื่อกลายเป็นเสียงร้องไห้โฮ



“ม๊า!! บ้าไปแล้วหรอ ปล่อยเดี๋ยวนี้!!



“ปล่อยให้มันตายไปเลย!



 “เห้ย!!! มึงทำไร!!!” เสียงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น แต่ไม่ดังพอจะทำให้คนที่โกรธจนลมออกหูได้ยิน จงอินได้ยินเสียงเทลาะกันเอะอะจากข้างนอก ตอนแรกเขาก็ว่าจะไม่ยุ่งแต่พอได้ยินเสียงอี้ชิงร้องไห้ก็คิดว่าปล่อยไว้ไม่ได้จึงเข้ามาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คิดเพราะตอนนี้ที่เขาเห็นคืออี้ชิงถูกผู้หญิงคนนึงทึ้งตบโดยมีผู้ชายตัวสูงคอยดึงห้าม



“ฮรื่อ!! ไคช่วยด้วย!! ฮรื่อ!” อี้ชิงร้องไห้ขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เขาแสบใบหน้า ปวดหนังศรีษะและเจ็บจุกไปทั้งตัวจนแทบจะทนไม่ไหว หลางอี้กดหัวเขาแล้วยกฝ่าเท้าขึ้นถีบใบหน้าและศรีษะซ้ำๆจนแทบจะไม่เหลือความคน



“อีบ้าเอ้ย!!” ทั้งๆที่ผู้ชายตัวสูงท้งผลักทั้งดึงแต่ผู้หญิงตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าจะแรงตกเลย จงอินเดินวิ่งเข้าไปหาอี้ชิงเขากำหมัดแน่น แล้วเพียงเสี้ยววินาทีก็ตัดสินใจซัดหมัดชกหน้าหญิงสาวบ้าคลั่งเต็มแรงจนเธอผงะหงายหลังปล่อยมือที่ขยุ้มผมอี้ชิงออก สาบานได้ว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จงอินต่อยผู้หญิง...จนเลือดกลบปาก



“ฮรื่อ!! ไค!” อี้ชิงร้องไห้โผเข้ากอดจงอินด้วยความเสียขวัญสุดขีด เขากำลังต้องการเกาะกำบังหรือใครสักคนที่ดูแลเขาได้ในตอนนี้


“เฮ้ยคุณ!” คริสเองก็ผงะด้วยความตกใจเช่นกันที่อยู่ๆคนที่ขับรถมาส่งภรรยาเมื่อครู่ก็บุกเข้ามาต่อยแม่เขาถึงในบ้านจนเลือดกลบปากนอนหงายคลำจมูกพูดไม่ออกคล้ายกับจะน๊อคอยู่ที่พื้น เรื่องวุนวายไปหมดเขาไม่รู้ว่าควรจะจัดการใครก่อน คริสยอมรับว่าในใจห่วงอี้ชิงมากแต่แม่เขาก็อาการแย่ไม่แพ้



“พี่ลุกเถอะ ไปหาแบคฮยอนกัน” จงอินไม่สนใจใครเขาพยุงอี้ชิงให้ยืนขึ้นก่อนจะประคองคนตัวเล็กที่โดนตบตีจนสร่างเมาให้เดินเลี่ยงออกไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัด


“จะเอาแฟนผมไปไหน” คริสเดินเข้าไปค้าแขนจงอินเอาไว้ในขณะที่มืออีกข้างก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูกำลังโทรเรียกรถพยาบาล


“ไปไกลๆ” จงอินไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาท แต่จากที่เขาเห็นการเทลาะวิวาทเมื่อกี้แล้วก็สรุปได้เลยว่าคริสไม่มีปัญญาปกป้องใครจริงๆเหมือนกับที่อี้ชิงเล่าให้ฟัง แถมยังโง่ซื่อบื้อทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง


“ไม่ ผมไม่อนุญาต” คริสลดโทรศัพท์ลงข้างลำตัว เขาเปลี่ยนจากฉุดแขนจงอินเป็นจับแขนอี้ชิงเอาไว้ก่อนจะออกแรงดึงเบาๆให้คนตัวเล็กเดินเซมาทางฝั่งตัวเอง


“ไม่ได้ขอ ปล่อยถ้ายังไม่เลิกยุ่งหละก็ผมซัดคุณอีกหมัดแน่” จงอินขึ้นเสียงดังลั่น ความมึนของผู้ชายตรงหน้าทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ คนอะไรโง่แล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองโง่อีก



“ฮึก... ไม่เป็นไรไค...พรุ่งนี้ค่อยมารับ...อึก...ตอนเช้าก็ได้...ฮรื่อ...” อี้ชิงไม่อยากถูกยื้ออีกแล้วไม่ว่ากับฝ่ายไหน เขาไม่รู้สึกปลอดภัยที่อยู่ที่นี่แต่ก็อ่อนเพลียเกินกว่าจะคิดอะไรตอนนี้ แค่อยากพักผ่อนแล้วพรุ่งนี้จะเป็นยังไงอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เพราะมันจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตแล้วที่เขาจะถูกดูถูกย่ำยี



“หกโมง...ผมจะมาแต่เช้า พี่รอเลยนะ” จงอินไม่ไว้วางใจว่าคริสจะพาคนอื่นๆมาทำร้ายอี้ชิงหรือป่าวเพราะที่เขาซัดแม่นั่นไปก็ถือว่าหนักเอาการ หรือต่อให้ไม่ฟ้องใครถ้าแม่คริสโทรไปบอกญาติยังไงคริสก็ไม่มีปัญญาห้ามพวกเขาไม่ให้แตะต้องอี้ชิงแน่


“อึก...ขอบคุณ อย่าโทรไปบอกแม่นะ” อี้ชิงเชื่อว่าถ้าจงอินเอาเรื่องไปเล่าให้แบคฮยอนฟัง แบคฮยอนต้องโทรหาแม่เขาแน่ อี้ชิงอยากจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะกลับไปบอกแม่ เขาเชื่อว่าแม่จะต้องเข้าใจ


“ครับ... พี่ล๊อคห้องด้วยนะ” ถึงจะไม่อยากไปแต่ก็จำใจเดินออกห่างเพราะจงอินเป็นแค่คนนอกที่ยื่นมืเข้ามาช่วยเพราสถานการณ์ฉุกเฉิน เขาเข้าไปยุ่มย่ามมากกว่านี้ไม่ได้


"อื้อ...” อี้ชิงยกมือขึ้นโบกอย่างอ่อนแรง เขาได้ยินคริสคุยโทรศัพท์ขอรถพยาบาลแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจจะฟัง เขาพยายามใช้แขนเกาะราวบันไดเดินก้าวขาขึ้นไปช้าๆ ความเจ็บแสบที่ใบหน้าและเนื้อที่ถูกจิกจนหนังเปิดเป็นแผลทำเอาอี้ชิงทรมานไปหมด เขาง่วงนอน อ่อนเพลียและอยากจะพักพ่อนเต็มที



“ม๊าอย่าเพิ่งลุกนะ อี้ชิง... รอก่อน” คริสเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าหันไปบอกกับผู้เป็นแม่ที่นอนครางโอโอยในลำคอเบาๆก่อนจะเดินตามขึ้นไปคว้าข้อมืออี้ชิงเอาไว้ เขาเห็นท่อนแขนเล็กมีแผลเปิดและรอยข่วนแดงเต็มไปหมด รู้สึกสมเพชตัวเองที่ดูแลคนรักไม่ได้ ไม่เด็ดขาดและใจเซาะ



“มีอะไร”



“จะไม่ทำแผลก่อนหรอ หรือจะขึ้นไปนอนหรอเดี๋ยวเฮียขึ้นไปทำแผลให้”



“อี้จะล๊อคห้อง เฮียไม่ต้องเข้าไป” กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาไม่อยากให้ใครเข้าไปวุ่นวายทั้งนั้นในเวลาที่ต้องการพลังแบบนี้ ไม่อยากเจอหน้าคนที่เกลียดแสนเกลียด เกลียดทั้งแม่ทั้งลูก เกลียดทั้งตระกูล


“แล้วพรุ่งนี้อี้จะไปไหน”



“ไปหย่า... เดี๋ยวอี้เอาใบมาให้เซ็นเฮียไม่ต้องไปก็ได้” พรุ่งนี้เขาจะจัดการจบเรื่องทุกอย่างให้เด็ดขาด ตัดขาดออกจากตระกูลอู๋ตลอดการ คืนธุรกิจ คืนลูกชาย คืนสถานภาพ คืนทุกอย่างที่ได้รับมาอย่างไม่เต็มใจ จะไม่มีอู๋ อี้ฟานอีกแล้ว จะไม่มีหลางอี้ ไม่มีเรื่องราวโหดร้าย


“หมายความว่าไงอาหมวย....” คริสกลืนก้อนน้ำลายเหนียวๆลงคอ ใจเขาสั่นไปหมด รู้สึกเหมือนกระชากปอดออกจากทรวงอกอย่างแรง คำว่าหย่า...เลิกกัน...หรือคำพูดอะไรที่ใช้ตัดความสัมพัน อี้ฟานไม่อยากได้ยินทั้งนั้น...



“ใช่ อี้จะไปนอนแล้ว”



“ทำไมหมวย...”

คำพูดเลื่อนลอยของคริสกับสีหน้าเสียใจไม่ได้อยู่ในสายตาของ จาง อี้ชี้งเพราะนำตาที่ไหลออกมาก่อนหน้ามันบดบังทัศนียภาพไปหมดแล้ว คริสไม่เคยรู้เลยหรือว่าทำไมเขาถึงต้องการจะหย่า


“ถ้าเกลียดแม่เฮีย เฮียขอโทษ....อย่าหย่าเลยนะ” คริสรวบรั้งเอาเอวบางเข้ามากอดไว้แม้จะยืนกันคนละขั้นบันได กดใบกน้าซบลงบนไหล่สูดดมกลิ่นกายที่เจือปนไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์อย่างรักใคร่ ไม่ใช่ว่าคริสไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็เหมือนกับที่บอก เขาจำกัดความเกลียดชังของแม่อยู่แค่ที่การด่าทอ เขาคิดว่าอี้ชิงจะทนได้จนครบกำหนดที่แม่จะไป

คริสเตรียมที่อยู่ใหม่เอาไว้แล้ว เขาคิดว่าหลังจากที่แม่ไปเขาจะชดใช้ทุกอย่างให้อี้ชิงย้อนหลังทั้งหมด ไม่ว่าจะคืนธุรกิจให้ไม่ใช่แค่ให้ยืม ซื้อบ้านให้ในชื่อของคนตัวเล็ก และอีกสารพัดมากมายที่คริสเตรียมเอาไว้ตอบแทนความอดทนและชดเชยความเจ็บปวดของ จาง อี้ชิงหลังจากสิ้นสุดวันที่แม่ของเขาจะอยู่ที่นี่


แต่สิ่งที่คริสคาดเดาผิดไปก็คือระดับความร้ายกาจของหลางอี้ที่มันมากเกินเยียวยา



“ฮึก...ปล่อย...ฮรื่อ....” อี้ชิงขืนตัวแต่เพราะเรี่ยวแรงที่มีน้อยมันแทบไม่ส่งผลกับคนตัวสูงเลย อี้ชิงยอมรับในความรักและความจริงใจของคริส แต่การจะอยู่ร่วมกันมันต้องมีอะไรมากกว่านั้นไม่ใช่แค่ความรู้สึก ต่อให้คริสรักเขามากขนาดใหนก็ปกป้องเขาไม่ได้ ไม่เด็ดขาด ไร้ซึ่งภาวะผู้นำ ถ้าขืนทนอยู่ต่อไปครอบครัวของเขาจะต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจตระกูลอู๋ไปอีกนานแค่ไหน



“อี้ไม่รักเฮียเลยหรอ...ที่ผ่านมาไม่ผูกพันเลยหรอ...” คริสกำลังรู้สึกแย่ ก่อนจะแต่งงานเขารักอี้ชิงมาก แล้วนับวันก็ยิ่งมากขึ้นไปอีกจนไม่รู้ว่าจะถอนตัวยังไง แต่สำหรับอี้ชิงแล้วอี้ฟานคนนี้สำคัญหรือป่าวนะ... ถึวไม่รักเขาตั้งแต่แรกคริสก็ไม่ว่าอะไรแต่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาอี้ชิงรู้สึกผูกพันธ์กับเขาบ้างหรือป่าว


“ฮึก..ปล่อยได้แล้วอี้เกลียดเฮียเกลียดแม่เฮียเกลียดตระกูลเฮียที่สุดแลย!! ฮรื่อ....เฮียยังต้องการอะไรอีกฮรื่อ!”ว่าแล้วก็ปล่อยน้ำตาร้องไห้โฮออกมาด้วยความสุดจะทน จะมาพูดหวานหูเพื่ออะไรในเมื่อหัวใจของเขาโดนทำร้ายจนมีสภาพยับเยินเกินกว่าจะเยียวหรือแบกรับความรู้สึกของใครเพราะแม้แต่ความเจ็บปวดของตัวเองยังแบกเอาไว้ไม่ได้


เกลียดคำพูดเห็นแก่ตัวที่อยากจะได้แต่ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดของเขา




“..................................” คริสพูดอะไรไม่ออก เขาไม่แปลกใจที่อี้ชิงเกลียดครอบครัวของเขามากขนาดนี้ แต่ที่เสียใจคืออี้ชิงเกลียดเขาและได้รับรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นแค่คริสที่คิดเข้าข้างตัวเองไปฝ่ายเดียวและหวังต้องการอยากได้ความรักโดยที่ไม่ใส่ใจความรู้สึกของอีกฝ่าย


สมแล้วที่ใช้อำนาจขู่บังคับการแต่งงาน....เลยได้มาเพียงร่างกายและทะเบียนสมรส สิทธิ์การเป็นคู่ครองตามกฏหมาย แต่ไม่เคยได้หัวใจซึ่งสิ่งที่ต้องการมากที่สุด





สมน้ำหน้าแล้วคริส.....



“เฮียไม่เคยได้สิ่งที่ต้องการ... ขึ้นไปนอนซะนะ...” คริสตัดสินใจปล่อยร่างเล็กจากพันธนาการ เขามองดูแผ่นหลังที่สั่นไหววิ่งหายขึ้นไปบนชั้นสองด้วยความรู้สึกเจ็บปวด พรุ่งนี้จะหย่าอย่างนั้นหรอ... คริสจะทำได้ยังไง จะทำใจได้ยังไงในเมื่อเขารักจาง อี้ชิงมากเหลือเกิน


จะให้ปล่อยมือก็ทำไม่ได้ จะกักขังเอาไว้ก็ทำไม่ลง แล้วจะต้องทำยังไงนะอี้ชิงถึงจะอยู่กับเขาตลอดไปด้วยหัวใจที่ผูกพันธ์หาใช่เพียงพันธะทางกฏหมาย














-TBC-











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น